2009/Oct/01

       และแล้วก็ดำเนินมายาวนานถึงเกือบหนึ่งปีกับเรื่องการจัดเรทติ้งการ์ตูนในประเทศไทย Mission ใหญ่ของกระทรวงวัฒนธรรมที่ดำเนินการพร้อมกันในสื่อต่าง ตั้งแต่ Free TV, ภาพยนตร์, นิตยสาร, พ็อคเก็ตบุ๊ค และสุดท้ายก็มาถึง "การ์ตูน" และแม้จะยังไม่ใช่ผลอันเป็นที่สุดแต่จากการร่วมประชุมในวันที่ 29 ก.ย.52 ที่ผ่านมาในที่สุดก็ได้แบบร่างที่สรุปตรงกันเสียที ซึ่งการดำเนินมาถึงขั้นนี้ก็หมายความว่าการจัดเรทการ์ตูนดำเนินมาถึง 80-90% แล้วในส่วนของ "การปฏิบัติงานขั้นแรก" (ขั้นต่อไปเดี๋ยวค่อยอธิบาย)

      สำหรับ เรทติ้ง ที่ถูกกำหนด(ชั่วคราวก่อนจะสรุปหาคำพูดที่เหมาะสม) "น่าจะ"(ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงในขั้นสุดท้าย) แบ่งออกเป็น 2 หมวดใหญ่คือ Restrict และ Unrestrict และ 4 หมวดย่อยอันได้แก่

       [ท.] = ทุกเพศทุกวัย เป็น / Unrestrict 
       [12+.] = เหมาะสำหรับอายุ 12 ปี ขึ้นไป / Unrestrict 
       [15+.] = เหมาะสำหรับอายุ 15 ปี ขึ้นไป / Unrestrict 
       [18+.] = สำหรับอายุ 18 ปีขึ้นไป "เท่านั้น" / Restrict

      ซึ่งเรทติ้งดังกล่าวนี้จะมีการขยายผลต่อในการยืนยันขั้นสุดท้ายกับกระทรวงวัฒนธรรมก่อนที่จะประกาศใช้โดยมีสมาคมผู้จัดพิมพ์เป็นผู้รับรองการใช้เรทดังกล่าวซึ่งจะทำการรับรองให้กับสมาชิกสมาคมผู้จัดพิมพ์เท่านั้น ส่วนเนื้อหาในการจำแนกประเภทการ์ตุนต่างๆ จะอ้างอิงจากเอกสาร ซึ่งทำการร่างโดย VBK และผ่านการพิจารณาแก้ไขปรับปรุงจาก สนพ. การ์ตูนต่างๆ (ที่เป็นสมาชิกสมาคมผู้จัดพิมพ์นะ...เลยยังไม่มี Luckpim และ TKO) เดาว่าเมื่อมีการประกาศใช้บุคคลทั่วไปน่าจะหาอ่านได้ไม่ยาก
     ผมรู้สึกดีใจจริงๆ ที่ก้าวแรกดำเนินมาได้สำเร็จแม้ว่าอาจจะใช้เวลานานพอสมควร(เกือบปีนับตั้งแต่เริ่มต้น) ถึงแม่ว่าในขั้นตอนปฏิบัติจริงจะยังติดขัดปัญหาโดยเฉพาะในข้อที่ขัดต่อกฏหมาย (ซึ่งจะส่งผลให้การ์ตูนที่ไม่ถึง 18+ น่าจะต้องเซ็นเซอร์ ส่วน 18+ ยังไม่มีข้อสรุป) แต่ผมก็คิดว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว มันอาจจะยังไม่สมบูรณ์แต่ทางเดิน 100 ลี้มันก็เริ่มจากก้าวแรกๆ นี่แหละ หากเรทติ้งที่กำหนดนี้ถูกใช้จนแพร่หลายและเป็นที่ยอมรับในบริบทของสังคมแล้วก็มีโอกาสขยายผลไปถึงการแก้กฏหมาย...ใช่ครับ ผมไม่ได้ล้อเล่นนะ Mission ที่ตั้งไว้มีประเด็นนี้อยู่จริงๆ

     หลายๆ คนคงขัดใจที่สุดท้ายจัดเรทแล้วการ์ตูนก็ยังมีการเซ็นเซอร์ แต่อนึ่งผมก็คิดว่าในเรื่องนี้มันก็ต้องพัฒนากันไปตามความเหมาะสมของสังคมครับ แต่อย่างน้อยผลงานที่หลุดเข้าไปอยู่ในหลุมดำก็มีโอกาสในการพิมพ์ออกมาได้ครับ(ถ้าสัญญายังเหลืออ่ะนะ) รวมไปถึงการ์ตูนในหมวดใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่โป๊นะเฟ้ย แต่หมายถึงการ์ตูนที่มีเนื้อหาผู้ใหญ่มากๆ หน่อยอะไรทำนองนั้น
    อย่างไรเสีย โดยบริบทและจรรยาบรรณของ สนพ. ในบ้านเรา เรทติ้งในบ้านเราย่อมเข้มงวดกว่าเรทติ้งในประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะญี่ปุ่น ฉะนั้นอย่าคาดหวังว่า "การ์ตูนผู้ใหญ่ที่เกี่ยวกับเรื่องเพศ" จริงๆ จะเข้ามาขายบ้านเราได้ง่ายๆ ครับ เรทติ้งนี้ 18+ น่าจะมีโอกาสอ่าน Zetman, GANTZ, หรือเรื่องอื่นๆ ทำนองนี้แค่นั้นแหละ(แค่นี้ก็ดีแล้วล่ะน่า)

    สำหรับก้าวต่อไปที่ยากยิ่งกว่าคือการประกาศใช้และชี้แจงทำความเข้าใจรวมไปถึงการ "จับ" ผู้กระทำผิด ซึ่งหมายถึงหากร้านค้าขายหนังสือ 18+ ให้กับใครที่อายุไม่ถึง ตำรวจมีสิทธิ์จับในทันทีนะครับ และอันนี้แหละคือความยากในลำดับต่อไป เรารู้กันดีว่าถึงมีการประกาศเรทติ้งแล้ว หากร้านค้าไม่ปฏิบัติตามก็เป็นเรื่องไร้ประโยชน์ การแอบซื้อแอบขายก็คงยังมีอยู่และ หากเป็นผลให้เรทติ้งนี้ไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ก็อย่าหวังเลยครับว่าเราจะพัฒนาระบบเรทติ้งในอนาคตต่อไปต่อไป ฉะนั้นหากเป็นไปได้ใครที่มีโอกาสอ่านบทความนี้ ก็อยากขจอให้ความร่วมมือและช่วยกันตักเตือนหรือห้ามร้านค้าที่กระทำผิดด้วยนะครับ ปัญหาการลอบขาย, แอบซื้อแอบขาย เป็นปัญหาที่แฝงซ่อนในระบบสังคมเรามานานแล้ว การจัดเรทนี้ส่วนหนึ่งจะเป็นการหยิบปัญหาแฝงให้ออกมาในที่แจ้งเพื่อทำการแก้ไขได้ต่อไป เพราะตราบเท่าที่มันยังคงเป็นปัญหาที่แฝงอยู่มันไม่มีทางแก้ไขได้ครับ

   ช่วงนี้ยังยุ่งอยู่ตามเคยแต่ก็อยากมาเขียนเรื่องนี้ไว้ก่อนที่จะลืมจริงๆ นะ หากมีการคืบหน้าหรือสรุป 100% อย่างแท้จริงผมก็จะมาเขียนบันทึกไว้อีกครั้ง

ปล.ในฐานะนักอ่านคนหนึ่งรู้สึกขอบคุณบรรณาธิการ สนพ. การ์ตูนทุกคนจริงๆ ครับทั้ง VBK, NED, SIC, บงกช, TMCX , บุรพัฒน์และ สนพ. อื่นๆ ที่ร่วมมือและผลักดันให้วงการการ์ตูนในประเทศไทยเรารุดหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ VBK (ขอไม่เอ่ยชื่อนะครับ) ผู้ร่างต้นแบบของการจำแนกเรทติ้งที่รวบรวมแนวความคิดไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

2009/Feb/27

          จั่วหัวอย่างมั่วแต่แอบมาเขียนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่าน ได้อ่าน Dragon Youth แมกกาซีนการ์ตูนไต้หวันของชาวไต้หวัน(เหมือนไทคอมมิค) แล้วตกใจ งานคุณภาพระดับเดียวกับจัมป์แต่ บก.ใหญ่ของตงลี่บอกว่าคุณเป็นส่วนที่ขาดทุนของ สนพ.ย้อนกลับมาดูการ์ตูนไทยในบ้านเราคุณภาพห่างเขาอีกกระบุงโกยตอบในใจว่าสงสัยทางนี้คงไม่ใช่ทางที่ถูกจริงๆ แหละ บางทีการที่เราจะทำการ์ตูนไทยให้โตไปได้มันอาจจะต้องมีมากกว่าแค่คำว่า "งานดี" แถมไปสัมนากับ Se-ed เรื่องธุรกิจหนังสือในปี 2009 ที่มีแต่สัญญาณที่เลวร้ายแล้วชวนระเหี่ยใจ แต่ระเหี่ยใจว่าตลาดรวมปีนี้คงตกแค่นั้น ในด้านการงานของตัวเองปีนี้สบายใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

          การ์ตูนของอีคิวพลัสหลายเรื่องมีแนวโน้มจะขายลิขสิทธิ์ออกไปได้ในจีนและไต้หวัน(รวมไปถึงการินปริศนาคดีอาถรรพ์ด้วย) เล่นเอาผมเป็นปลื้มยิ้มไม่หุบไปอาทิตย์นึง (นี่ถ้าเซ็นต์สัญญาไปแล้วสงสัยไม่ต้องมาทำงานทำการพอดี) ปีที่แล้วผมพูดไว้ การขายลิขสิทธิ์นั้นไปได้แน่ขอแค่มีก้าวแรก และตอนนี้มันเป็นก้าวที่สองแล้วด้วย เป้าหมายต่อไปคืองาน Bologna Children Bookfair ที่อิตาลี่ งานนี้ไม่ไปเองแต่ฝากชะตากรรมไว้กับเพื่อนรวมงานที่เจนสนามไว้อย่างดี เราก็คอยยิ้มแก้มตุ่ยฟังผลหลังสิ้นเดือน
          ปีนี้ออกงานใหม่ช่วงนี้อีก 2 ตัวมองดูแล้ว เหอ เหอ เรายังทำการ์ตูนความรู้อยู่หรือเปล่าหว่า?


แต่จริงๆ แล้วเรื่องนี้เป็นผลสำเร็จอีกก้าวหนึ่งจากการผสานความรู้กับความสนุกเป็นเนื้อเดียวกันจนเกือบสมบูรณ์ "โซลมาสเตอร์ - นักรบภูตอารยธรรม" ผมมั่นใจ คนเขียนสนุก คนอ่านสนุก และได้ความรู้   แบบนี่แหละที่รอคอย ยังมีโปรเจ็คต์อื่นๆ อีกหลายตัวที่จะตามกันมา แต่ให้ตายเหอะผมทรมานใจจริงๆ ที่ทำไม่ทันเพราะนักเขียน "ไม่พอ" ฟังดูเหมือนเรื่องตลก ที่นี่มีนักเขียนมากกว่า 40 คนแล้วยังไม่พอทำงาน แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ใครผ่านทางมาอ่านแล้วเป็นนักเขียนสนใจในแนวทางของเรา อยากให้ลองมาคุยกันดูมั่งจัง "อีคิวพลัสสร้างโลกความรู้ด้วยความสนุก"

เอนทรี่นี้ผมว่ามากล่าวเพื่อตามหานักเขียนจริงๆ นะ เรามีโครงการอีกหลายงานแต่เราต้องการนักเขียนอีกจำนวนมากที่จะมาร่วมสร้างสิ่งเหล่านี้

edit @ 27 Feb 2009 16:07:19 by Aha301

2008/Dec/29

      เหมือนว่างแต่จริงๆ กำลังเคลียร์งานท้ายปีอยู่จนมาโพสต์เรื่องนี้ช้าไปเดือนแล้ว เอนทรี่นี้คงไม่มีอะไรมากนักนอกเหนือไปจากเอาโปรเจ๊คท้ายปีมาลง www.eqplusmag.com ฟอร์มอยู่ 4-5 เดือนกว่าจะได้ปล่อย ตอนนี้มีแต่แผนเต็มหัวไปหมด แต่ไม่มีแรงจะทำ (คือจริงขี้เกียจมากกว่ามั้งเพราะหัวกำลังไหลๆ) แต่ต้นปีคงต้องมาใช้แรงเคลียร์งานคั่งค้าง (จริงๆ ก็ตอนนี้ด้วย) ก่อนล่ะ

      พิมพ์แล้วก็ขอเขียนถึงโปรเจ๊คนี้ซักนิด เพราะอยากทำแมกกาซีนการ์ตูนความรู้เด็กตามแนวความคิดใหม่ที่ปรับเปลี่ยนเล็กน้อยจาก "อ่านความรู้ด้วยความสนุก" เป็น "สร้างโลกความรู้ด้วยความสนุก" ทำให้รู้ได้เลยว่าปีหน้างานเข้าแน่ๆ แต่พึ่งเลี้ยงปลายปีไป เห็นเพื่อนๆ น้องๆ ในออฟฟิซทุกคนแล้วรู้สึกดีใจ แม้ปีหน้าจะเป็นปีที่เศรษฐกิจเผาจริงแต่ก็รู้สึกได้ว่าพวกเราไปได้แน่ๆ ในเมื่อทุกๆ คนในออฟฟิซยังเปี่ยมด้วยกำลังใจขนาดนี้ เราเองก็คงมัวขี้เกียจอยู่ไม่ได้แน่ๆ

        แมกกาซีนเล่มนี้ อัพเดทข่าวทุกวัน อัพเดทการ์ตูนทุกอาทิตย์ อัพเดทคอลัมน์ความรู้และปกทุกสองสัปดาห์(ตามที่คาดการไว้อ่ะนะ แต่จริงๆ คงขึ้นอยู่กับแรงคนอัพ) ทีมงานยังมีกันกระจิ๋วหลิว แต่นึกย้อนไปยังดีกว่าสมัยทำเว็บ www.cartoon.co.th อีกนิดหน่อย แหม...แอบเอาแผนตอนนั้นมาดูแล้วอายตัวเองจังแฮะ
        ผมเชื่อว่าเว็บ อีคิวแมกนี่ก็น่าจะเป็นหน้าต่างอีกบานหนึ่งที่ทำให้คนอื่นๆ รู้ว่าอีคิวพลัสนั้นคืออะไร ทำอะไรอยู่ และมีแนวทางอย่างไรมากขึ้น ใครได้ลองเข้าใช้แล้วมีคอมเม้นต์อะไรบอกได้นะ แต่จะกลับมาแก้ไขหลังหยุดปีใหม่นะ อันนี้ปกเล่ม 3 ก่อนอัพเดทจริงวันที่ 1 มกราคม 2552

 ปล.ช่วงท้ายปีเห็นคนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องราคาการ์ตูน ที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามราคาน้ำมันมั่ง ราคากระดาษกันมั่ง รวมไปถึงมุมมองของนายทุนในการลงทุนทำ สนพ.การ์ตูนที่กลายเป็นนายทุนหน้าเลือดที่ไม่สนใจคนอ่านกันมากขึ้น ผมเลยนึกถึงช่วงที่ผมเขียนเอนทรี่เรื่อง "การ์ตูนไทยธุรกิจ" ไว้หลังปีใหม่มีเวลาจะมาเขียนเรื่อง "สนพ.การ์ตูนธุรกิจ โลกที่จูนติดมั่งไม่ติดมั่งของนักอ่านกะนายทุน" มั่งดีกว่า

edit @ 29 Dec 2008 16:42:10 by Aha301