อันนี้เกิดอยากเขียนแทรกขึ้นมาซะเฉยๆ วงการการ์ตูนช่วงนี้แปลกดี คึกคักกันแบบแปลกๆ โดยเฉพาะตลาดการ์ตูนแผงบน(ซึ่งหมายถึงร้านในเครือ นายอินทร์/ซีเอ็ด/ดอกหญ้า/บีทูเอส) โดยเฉพาะในหมวดการ์ตูนความรู้เด็ก หลังจากทำมาไม่นานก็มีคนแห่เข้ามาลงกันเป็นพรวนทั้งเจ้าเล็กเจ้าใหญ่ ล่าสุดท่าทางสมเด็จพระนเรศวรฉบับสมบูรณ์ของทางบุรพัฒน์ท่าทางไปได้ดี แถมโปรเจ็คต์ใหม่ที่โฆษณาไว้ตอนปีที่แล้วก็ท่าทางเตรียมปล่อยออกมาแล้ว คาดว่างานสัปดาห์หนังสือที่จะถึงนี้คงได้เห็น สงสัยเราต้องเติมไฟให้ตัวเองมันคึกคักเหมือนเขาบ้างแล้วแฮะ
บทนี้เป็นบทคั่นว่าด้วยสถานการณ์ของวงการพิมพ์ในบ้านเราที่ไปฟังมาในงานสัมนาของสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ เมื่อเดือนมกราคม ปีที่ผ่านมาหนังสือที่ขายดีที่สุดคงไม่ต้องพูดถึงเพราะสามมัคคีสีเหลืองกันอย่างพร้อมเพรียงขนาดนี้ แต่หมวดที่น่าแปลกใจคือหมวดหนังสือ "แฉ" ที่ถือว่ามาแรง อาจเป็นเพราะสถานการณ์การบ้านการเมืองล่ะมั้ง แต่ช่วงปีที่ผ่านมาทางสมาคมบอกว่าหนังสือการ์ตูนอยู่ในกลุ่มน่าสนใจ บางเล่มติดเบสท์เซลเลอร์ด้วย(อย่าให้เป็นของเรามั่งล่ะกัน) อาจจะเป็นนิมิตหมายอันดีก็ได้นะเพราะมันยืนยันว่าเราเลือกไม่ผิด ตอนที่เราตั้งเป้าไว้ว่าจะเลือกเด็กที่ยังไม่ผูกพันกับการ์ตูนญี่ปุ่นมากเป็นฐานก็ด้วยคิดว่าวันหนึ่งเขาจะโต และค่อยๆ โตขึ้นมาเสพการ์ตูนไทยวัยรุ่นได้โดยไม่มีอคติ อันเนื่องมาจากความเคยชิน แต่สงสัยกว่ามันจะส่งผลคงเป็นเรื่องอีกนานโกฏิ
ทางสมาคมระบุอีกว่าปีนี้ราคากระดาษจะทรงอันเนื่องมาจากเงินบาทแข็งค่า(อย่างไม่น่ายินดี) แต่หลาย สนพ.คงตื่นรีบปรับราคาหนังสือขึ้นกันก่อนที่เศรษฐกิจจะอออกลางดิ่งเหว ก็เป็นภาวะที่น่าสนใจและไม่เคยมีประสบการณ์เหมือนกัน เพราะสมัยที่เกิดขึ้นครั้งที่แล้วเรายังอมหัวแม่มืออยู่เลย เศรษฐกิจเลยดูจะฉะลอตัวกันไปบ้าง แต่ท่าทาง สนพ.ต่างเตรียมงัดไม้เด็ดกันออกมาช่วงกลางปีเป็นแน่ แค่ว่าไม้เด็ดของแต่ล่ะเจ้าจะเป็นอะไรซึ่งเชื่อว่ามีทั้งในแง่ดีและในแง่ร้าย แต่สถานการณ์แบบนี้ส่วนใหญ่ต้องมี "อะไร" เกิดขึ้นแน่ เพราะการนั่งเฉยๆ นั่นแลที่เสี่ยงที่สุดแล้ว
มองได้สองแง่สองง่าม ในแง่หนึ่งการฉะลอก็เป็นโอกาสที่ใครที่มีไอเดียดีๆ คอนเทนต์ดีฉวยโอกาสทำตลาดได้โดยไม่ต้องเจอคุ่แข่งมากนัก โดยเฉพาะสภาพแบบนี้ คนจะจับจ่ายของไร้สาระน้อยลงแต่ในทางตรงข้ามเขาจะให้ความสำคัญกับสิ่งที่ "โดน" ตัวเองมากขึ้น จับดีๆ ก็เกิดล่ะนะ แต่ไอ้ประเภทออกมาแบบบอกผ่านคงยากที่จะไปรอด ฉะนั้นก็น่าจับตาดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ในแง่ร้าย การยุบ การถอน การเลิกกิจการก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ลดความเสี่ยง เพราะเลิกตอนนี้อาจไม่เป็นหนี้แต่เลิกตอนล้มนี่เจ็บซ้ำซ้อนแถมยังจะพาลแบกหนี้ก้อนโตไปอีกด้วย ก็ได้แต่หวังว่าจะยังไม่มีใครในวงการจะถึงขั้นนี้หรอกนะ (แล้วเราจะเอาตัวรอดได้ใหมหว่า?)
จับตาดูตั้งแต่ช่วงกลางปีจนถึงปลายปีผมว่าในวงการการ์ตูนไทยน่าจะมีอะไรดีๆ เด็ดๆ ให้เห็นกันบ้าง ยิ่งแทบอดทนรอไม่ไหวอยากเห็นงานร่วมทุนกับต่างชาติแทบใจจะขาด ใจหนึ่งก็ดีใจ ใจหนึ่งก็อิจฉา ว่าวันไหนเราจะไปถึงซักทีน้า จากที่เห็นแหม...ให้ตายมันห่างไกลแท้ แต่เอาเถอะถ้าเราไม่ถอยมันก็คงไปถึงซักวันล่ะมั้ง รอให้ฐานมันแน่นอีกซักหน่อยล่ะกันน่า
สุดท้ายแอบประชาสัมพันธ์คอร์สอบรม "เขียนบล็อกให้เป็นบุ๊ค" ของทาง L-House ผมเคยไปเรียนมาในเรื่องของการทำ สนพ.ถือว่าได้อะไรใหม่ๆ น่าประทับใจดีมาก เสียดายเรื่องนี้ไม่ตรงกับผมเท่าไหร่แต่ใครสนใจลองหาข้อมูลเอาล่ะกัน google ซักไม่เกิน 10 นาทีก็น่าจะเจอ อ้อ...เห็นว่าวิทยากรเป็นคุณ ภูภู่ภู้ภู๊ภู๋ (คือผมจำชื่อไม่ได้เขียนผิดอย่าว่ากันนะ) ชื่อดังจากพันทิพย์กะอีกคนเจ้าจี๋ Geban อันดับ 1 จาก Bloggang แหม....เดี๋ยวนี้ดังใหญ่เลย ใครสนใจก็ไปลองดูละกัน