ผมแทบจะลืมไปแล้วว่าผมเคยให้กำเนิดบันทึกฉบับนี้ของตัวเองเอาไว้ อาจเป็นเพราะชีวิตผมหนักไปในเรื่องของการทำงานเสียมาก จนทำให้ผมมีเวลาทำแค่งานอดิเรก 1-2 อย่างเท่านั้น การจรดบันทึกที่นี่จึงเป็นสิ่งที่แทบไม่ได้มาแตะต้องมันเลย แต่ช่วงปีที่ผ่านมาผมก็ทำอะไรไว้น้อยกว่าที่ตัวเองคิดอยู่อีกโขเลย ก็ขอมาแอบบันทึกไว้ตรงนี้อีกหน่อยกันลืมปฏิทินชีวิตดีกว่า

             ปี 2551 ประกาศรางวัลการ์ตูนดีเด่นประจำปีจากกระทรวงอีกครั้ง และมหากาพย์กู้แผ่นดินยังไปไม่ถึงฝั่งฝันปีนี้เล่มที่ 3 คว้าไว้ได้แค่ รางวัลชมเชยตามเคย ผมเสียดายแทนเอและมนตรีจริงๆ แต่บางทีสาเหตุที่มันไปไม่ถึงฝันในด้านใดเลยคงเป็นเพราะผมเองเสียมากกว่าที่ไม่สามารถดึงความสามารถของทั้งคู่มาได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ แต่บางครั้งผมก็นึกน้อยใจอยู่บ้างที่ดูเหมือนแม้การ์ตูนเรื่องนี้จะคว้ารางวัลมาแค่ไหนแต่ดูเหมือนนักอ่านก็ยังไม่ตอบสนองมันซักเท่าไหร่อยู่ดี (ถึงจะรู้แก่ใจว่างานมันยังไม่ถึงขั้นก็ถอะ) แต่เอาเถอะ เมื่อชิ้นนี้ยังไม่ได้ก็ต้องทำต่อไปจนกว่าจะได้ ปีนี้โยกย้ายขยับขยายครั้งใหญ่จนแทบอ๊วก แต่เดือน เมษาฯ นี้ก็เตรียมเปิดตัวการ์ตูนใหม่กันอีก ก็ต้องมาดูว่าครั้งนี้จะมีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่

              ช่วงปีที่ผ่านมานี้ทำความฝันใกล้เข้าไปอีกก้าวหนึ่ง อันสืบเนื่องจากการไปดูงานที่ฮ่องกงและไต้หวันมา ก็ทำให้เห็นโลกแคบๆ ของตัวเอง รู้ได้ทันทีว่าการ์ตูนไทยทุกหมวดจะก้าวไปในระดับโลกยังขาดอะไรอีกหลายอย่าง แต่ปีนี้จะเริ่มต้นลุยต่างประเทศตามที่ตัวเองฝันไว้ตั้งแต่มหาลัยฯ แล้ว หลังจากยืนฐานในไทยได้มั่นคงระดับหนึ่ง และยังตั้งโปรเจ็คหนักๆ ในปีนี้อีกหลายตัว กลางปีที่แล้วที่ฮ่องกงผมต้องตกใจกับงานบุ๊คแฟร์ที่มีคนเข้าหลายล้าน(ได้ยินมาจากซุ้มประเทศไทยอ่ะนะ จริงเท็จไม่รู้เหมือนกัน) เมื่อเทียบกับบ้านเราที่ตีเฉลี่ยทุกปีราวๆ เกือบล้านถือว่าต่างกันลิบลับ มาตรฐานการอ่านของเขาแตกต่างกะคนไทยมาก ไปยืนในงานวันล่ะ 8-9 ชม.หลายวัน เพื่อรีเสิร์ชตลาดและศึกษาวิธีคิดในการทำหนังสือก็มองเห็นว่าโลกทัศน์ที่เราสามารถเห็นได้ในไทยมันแคบแท้ๆ ใจอย่างจะอธิบายออกมาเพื่อแชร์ความรูแต่นึกคำอธิบายไม่ออกแฮะว่าจะอธิบายยังไงดี แต่มัน...อืม....ใช้คำว่าเคาะกะโหลกผมแตกจริงๆ

                เมื่อต้นปีไปไต้หวันมาก็ตกใจอีกครั้ง ตลาดที่นี่มีแนวความคิดคล้ายคลึงกับบ้านเราหลายๆ อย่าง แต่การอ่านเขาต่างกับเรามาก พวกเขา"เดินทาง"ไปซื้อหนังสือโดยตรงด้วยความตั้งใจที่จะอ่าน ถนนฉ่งฉิ่ง(เสียงราวๆ เนี้ย) อุดมไปด้วยร้านหนังสือ ห่างกันร้านล่ะ 10-30 ม. ความยาวของถนนไม่แน่ใจ แต่ผมเดินเข้าร้านหนังสือทุกร้านไปราวๆ กิโลกนึงกินเวลาราวๆ 3-4 ชม.ก็หมดแรง ทุกร้านมีราวๆ 5 ชั้นหนังสือเต็มทุกชั้นแต่น่าตกใจกว่าคือคนเต็มทุกร้าน....ที่นี่วัฒนธรรมการอ่านเขาก้าวหน้าจริงๆ ผมเคยได้ฟังจากซีเอ็ดมาเรื่องอัตราร้านหนังสือต่อจำนวนประชากรของไทยนั้นห่างกับประเทศอย่างใต้หวันอยู่ราวๆ 4-5 เท่าซึ่งถ้าดูจากตรงนี้ผมว่ามันมากกว่านั้น เพราะของเราเบาบางแล้วยังไม่อ่านแต่บ้านเขา "อ่าน" กันเป็นกิจวัตร ทั้งที่ค่าครองชีพที่นี่ไม่ได้ต่างกับกรุงเทพฯ เสียขนาดนั้น(ถ้าเทียบค่าเฉลี่ยทั่วประเทศคงห่างกันมาก) แต่ไอเดียต่างก็หลังจากที่ได้เห็นก็พุ่งกระฉูด แต่ปัญหาเดิมๆ ก็ตามมารุมเร้า บางทีเราอยากได้งานแต่ขาดคน บางที่เราอยากได้คนก็ขาดงาน (ปีนี้ผมตั้งเป้าเรื่องคนจะแก้ให้ตกให้จงได้) ในงานบุ๊คแฟร์คนน้อยจนแปลกใจ แต่เป็นตลาดที่ว่ากันด้วยเรื่องการขายลิขสิทธิ์ซึ่งน่าแปลกใจ เพราะไต้หวันเองก็เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ใช่ย่อยที่ไหน แต่ก็นั่นแหละแสดงว่าในบ้านเราก็มีทางเป็นไปได้ในเรื่องนี้เช่นกัน เนื่องจากในงานไปทำงานก็เลยไม่มีอะไรตื่นเต้นมาเล่านัก แต่ตกใจกับฮอลล์ 3 หรือจะเรียกว่าฮอลล์โอตาคุก็ได้นะ.....

            ก่อนไป ผมได้ข้อมูลมาก่อนแล้วว่าที่นี่ตลาดการ์ตูนญี่ปุ่นโตมากจนคาโดกาว่ามาเปิดสาขาด้วยตัวเอง แต่มาดูเอง โอ้....เอ่อ...เกินบรรยาย ที่นี่ คุ กว่าไทยมากนัก(แต่คุบ้านเขาแต่งตัวดีกันจนน่าแปลก เพราะหนาวล่ะมั้ง) แต่มองเห็นอยู่อย่างว่าคนที่นี่ยอมรับการ์ตูนในประเทศตัวเองพอสมควร มีสำนักพิมพ์การ์ตูนที่สร้างนิตยสารการ์ตูนไต้หวันอยู่หลายหัวพอควร ซึ่งแตกต่างกับบ้านเราที่ไม่ค่อยยอมรับหนังสือในประเทศตัวเองซักเท่าไหร่ คอนเทนต์ในหมวดนิยายของไต้หวันได้รับการยอมรับมากกว่านิยายแปลจากต่างประเทศ อืม...ไม่อยากหมดหวังกับตลาดในไทยก็ต้องพยายามกันต่อไป ได้พูดคุยกับเป้(หลายคนอาจจะไม่รู้จัก เขาคือนักเขียน เห้อ ยู่ หยวน ใน CXไงล่ะ) ที่มาประกอบอาชีพนักเขียนในไต้หวันก็บอกว่าที่นี่เขาก็เคี่ยวมากมาย เขียนการ์ตูนต้องคุยกับ บ.ก. อย่างหนัก เพื่อให้ได้งานที่นักอ่านอยากอ่าน แต่โชคดีที่เขาชินมาจากตอน CX เลยไม่ติดขัดอะไรมาก เฮะๆ บอกงี้ก็ปลื้มเหมือนกันแฮะ ตอนนี้เป็ก็เป็นนักเขียนขายค่อนข้างดีในไต้หวันแล้ว ช่วงล่าสุดเห็นว่าขึ้นอันดับท้อปในนิตยสารที่ลงอยู่แล้วก็คงจะจริงเพราะไปเดินดูร้านข้างนอกมา หนังสือรวมเล่มของเป้มีวางคู่กับการ์ตูนญี่ปุ่นดังๆ เลย ผมดีใจด้วยจริงๆ (แต่เป้ก็ไม่สามารถประกอบอาชีพนักเขียนอย่างเดียวได้ เพราะมันไม่พอกิน 555 แล้วแกทำทันได้ยังไงฟระ...) ผมนึกถึงสมัยที่นักเขียนในไทยบอกว่า CX เขี้ยวแล้ว...ก็ เศร้าใจนิดหน่อย

              การที่ได้มาเห็นอะไรหลายๆ อย่างก็ทำให้สมองทำงานเพิ่มขึ้นอีกมาก ผมคิดว่าบ้านเรายังขาดกอง บ.ก. การ์ตูนมากกว่านักเขียนอีกมากกกกกกกกก----- แต่ก็คงไม่แปลก "กอง บ.ก. ก็เหมือนลมไต้ปีกที่ได้แต่ดันให้นกบินขึ้นไปสู่ฟ้ากว้าง แล้วก็หอบตัวเองลงมาช้อนนกตัวต่อไป" เป็นคำพูดของ บ.ก.ดังคนหนึ่งตอนที่ผมไปเรียนทำหนังสือ ผมคงยังต้องทำงานแบบนี้ต่อไปอีกนานจนกว่าความฝันจะบรรลุ

ปล.ทิ้งท้าย ยินดีกับทีมงานทุกคนจริงๆ ปีนี้ได้รางวัล 3 เล่ม "มหันตภัยโลกร้อน" ได้รางวัลชมเชยจากรางวัลรักลูกอวอร์ด เล็กเอ๋ยและ เจ้าพวก3T พวกเจ้าเยี่ยมมากๆ  , "เจาะตำนานพญานาค" ได้รางวัลชมเชยจากกระทรวงศึกษาธิการ เออ...กุ๊กมันแจ๋ว 5555 และ "มหากาพย์กู้แผ่นดิน 3 "ในรางวัลเดียวกัน แกควบ 2 ปีซ้อนเลยมนตรี ส่วนเอ ลูกนี้แฮททริก 3 ปีซ้อน ยอดเยี่ยมมาก และอีกครั้งสำหรับทีมงานทุกคน พวกคุณยอดเยี่ยมจริงๆ รางวัลเหล่านี้เป็นรางวัลของทุกๆ คน

Comment

Comment:

Tweet

ค่าเงินไต้หวันเทียบกับบ้านเราก็บาทเศษๆ แทบไม่ต่างกันเลยขอรับ
แต่การศึกษาขั้นพื้นฐานที่นั่นต่างกับบ้านเราราวฟ้ากับเหว อาจเป็นเพราะเค้าได้รับแนวคิดดีๆหลายๆอย่างจากทางญี่ปุ่นมาเยอะกระมัง

#10 By Mr.Mad on 2008-09-19 12:48

ซักวันนึงจะลองไปเยือนดูมั่งครับ

#9 By Oakyman (124.120.223.91) on 2008-08-26 01:37

ยินดีด้วยกั๊บ อืมคิดไปคิดมาเรามันตัวแถมนี่หว่า ไม่ได้ทำไรให้เลย แต่ช่วยเก็บขยะให้ สนพ.สะอาดขึ้นนะอั๊บ รอเรียนจบแล้วจะไปลุยจริงๆ ซะทีอั๊บ (ปกติลุยแบบเบลอๆ เรอะ)

#8 By kisai (58.9.184.101) on 2008-08-10 02:15

ยินดีด้วยครับ

อิอิ

#7 By temmo (124.120.161.62) on 2008-06-02 21:38

ยินดีด้วยครับ เพิ่งรู้นะเนี่ยไม่ยักกะมีคนบอกcry

#6 By jimi_oui (125.27.42.58) on 2008-05-23 11:31

ยินดีด้วยนะคับ^^
สู้ๆต่อไปนะอั๊บbig smile

#5 By banana (58.8.146.250) on 2008-03-10 00:26

ยินดีด้วยนะครับ big smile

#4 By นายแอปเปิ้ล on 2008-03-09 21:10

โอ้ ยินดีด้วยๆ นึกว่าคุณจะไม่มาอัพบล็อกแล้วนะเนี่ย อัพทีก็ยาวเลยทีเดียว จริงๆผมว่าถ้านึกอะไรเด็ดๆได้แล้วไม่มีเวลามานั่งเขียนยาว แว่บมาเขียนสั้นๆผมก็ตามอ่านอยู่ดี หุๆ

#3 By midnightcompany (124.120.168.186) on 2008-03-09 14:55

ยินดีด้วยนะครับ ขอเอาไปเผยแพร่ที่อื่นเพื่อเป้นวิทยาทานด้วยนะครับ
ยินดีด้วยครับ ^ ^

แต่อาชีพนักเขียนในไต้หวันก็ยังไม่พอกินอีกรึเนี่ย
= ='


#1 By garun on 2008-03-09 12:03