พระเจ้าช่วย จริงๆ ผมอยากมาเขียนบล็อกเรื่องที่ตกค้างไว้คือผลงานลิขิตจอมนครา ผลงานใหม่ของ Dim-Sum Studio ซึ่งทำงานสั่งสมบ่มเพาะกันมาสามปี  ปรากฏว่าผมต้องเขียนถึงเรื่องสมรภูมิในแวดวงการ์ตูนเด็กที่แม้แต่ค่ายใหญ่ๆ อย่างแจ่มใสและแปลนก็โดดลงมาร่วมวงไพบูลย์ไปด้วยกับการ์ตูนความรู้จากเกาหลี อืมนะ....ตลาดมันแดงเทือกอยู่แล้วจะเอากันขนาดไหนล่ะนี่ เรียกได้ว่าเหล่าเพลเยอร์หลักๆ ลงมาจนแน่นเรียบร้อยตั้งแต่บริษัทจัดจำหน่ายยักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่งและสองอย่าง ซีเอ็ดและอมรินทร์ สำนักพิมพ์หนังสือเด็กอันดับท้อปของบ้านเราอย่างนานมีบุ๊คและแปลน สำนักพิมพ์นิยายวัยรุ่นอันดับหนึ่งในปัจจุบันอย่างแจ่มใส (ผมยังไม่ได้นับเพลเยอร์อื่นๆ ที่ไม่น้อยหน้าใครไม่ว่าจะเป็นสกายบุ๊ค, กบนอกกะลา, เนชั่น, สยามอินเตอร์คอมมิค หรือเพลเยอร์เจ้าเล็กๆ อื่นๆ อีกมากทั้งที่ยังอยู่หรือโยกย้ายออกไปแล้ว) คือมันกลายเป็นตลาดที่การแข่งขันมันสูงมากจนผมแปลกใจจากวันแรกที่ไม่เคยเห็นใครแต่ตอนนี้แดงฉานกลบไปด้วยเลือดของสงครามไปแล้วเรียบร้อย จนต้องกลับมามองดูตัวเองว่ายังยืนอยู่ที่นี่ไดัยังไงหว่า มองโลกในแง่ดี เรื่องนี้คง "ค่อยๆ" ทำให้ผู้ใหญ่ที่ซื้อหรือเด็กที่เติบโตจากวันนี้ยอมรับกระแสการ์ตูนกันได้มากขึ้น มองในแง่ทั่วไป เหนื่อยยยยยยเว้ย งานเข้าอีกตามเคย มองในแง่ร้าย เลิกทำมันซะดีมั้ยฟระ.... ผลของการตัดสินใจจะเป็นยังไง อนาคตเท่านั้นที่จะเห็น แต่วันนี้ไม่ใช่แค่ 5-6 คนอย่างเมื่อก่อน ที่ตอบตัวเองได้ง่ายๆ ว่าจะโยกย้ายไปไหน เหนื่อยแล้วพเถอะ แต่เป็นบริษัทและเหล่าเพื่อนพ้องรุ่นพี่รุ่นน้องอีก 50 คน ที่ทำให้เราคงถอดใจไม่ได้ บางคนว่านี่มันก็คือการขึ้นหลังเสือ ถ้าควบมันไปตลอดไม่ได้ ตอนที่คิดจะลงน่ะมันเจ็บหนักแน่นอน เอาเถอะสภาพแบบนี้เศรษฐกิจแบบนี้เราจะบ่นอะไรไปได้ล่ะ (รอดูสิว่ายังจะมีอีกมั้ยที่จะขยับตัวลงมาร่วมสมรภูมินี้อีกน่ะ)

                   เอาล่ะบ่นเสร็จแล้วมาว่ากันที่จุดประสงค์หลักซักที ว่าจะเขียนถึงนานแล้วล่ะ แต่ดันติดธุระบ้าๆ บอๆ จนกว่าจะได้อัพเดทบล็อกนี่ก็เกือบจะจบงานสัปดาห์ไปแล้วด้วยซ้ำ งานของ Dim-Sum Studio ชิ้นใหม่หลังจากห่างหายจากวงการไปนานหลังจากการเขียนดั่งดวงหฤทัย กับลิขิตจอมนครา งานนี้เป็นงานที่โดยส่วนตัวรู้สึกได้ว่าผลงานมันก้าวหน้าไปกว่าสมัยก่อนมากๆ ทั้งลายเส้นและรูปเล่ม(รวมไปถึงระบบการทำงาน) การเก็บข้อมูลโดยการเดินทางไปยังสถานที่จริงอย่างนครวัตรนครธมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่อยากทำก็ทำได้ง่ายๆ ซึ่งมันทำให้ทีมงานรู้สึกมุ่งมั่นและภาคภูมิใจกับผลงานชิ้นนี้มากๆ แหะๆ ผมแค่นึกถึงตอนหิ้วกล้องวิ่งไปถ่ายนู่นถ่ายนี่รวมกันหลายสิบกิ๊กนี่ เหงื่อก็ซึมออกมาซะแล้ว งานนี้ออกด่วนก่อนในงานสัปดาห์หนังสือครั้งนี้ตั้งแต่ต้นงาน และจะเริ่มวางจำหน่ายพร้อมกันทั้งตลาดบนตลาดล่างหลังงานสัปดาห์พร้อมสายคาดและสีชมพูสะท้อนแสงอันเป็นเอกลักษณ์เช่นเดิม อิอิ แค่นึกก็สนุกแล้ว เหมือนเดิมครับใครผ่านมาอ่านหรือใครได้อ่านไปแล้วมาฝากคอมเม้นต์ไว้ที่นี่ได้ คำวิจารณ์เป็นสิ่งที่ทีมงานต้องการอยู่เสมอ โดยเฉพาะคำติเตียน เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เราเติบโตไปข้างหน้าเสมอๆ (จนบางคนบอกว่าที่นี่เป็น สนพ.ที่โดนด่าต่อเนื่องเลยตั้งกะทำคอมมิคเควสท์ และเราก็ภูมิใจจริงๆ นะที่พอเรามองย้อนกลับไปแล้วเราเติบโตขึ้นมาเสมอๆ และคำติเตียนคำด่าพวกนั้นก็เป็นส่วนสำคัญที่ผลักให้เรามาอยู่ตรงนี้ พอมองย้อนกลับไปแล้วผมถึงเข้าใจว่าทำไมเขาถึงพูดว่า "ยาน่ะมันขมนะ" )

 

ปล.งานหนังสือเหลือไม่กี่วัน ผมคงต้องไปสอยหนังสือของตัวเองบ้างแล้วหลังจากปล่อยปละตัวเองมาซะนาน

Comment

Comment:

Tweet

แล้วจะรอดูวันที่สิ่งนี้วางแผงนะคะ
ส่วนการินในเอนทรี่ก่อนไปสอยมาแล้วค่ะ ดีใจมากๆ ได้ปฏิทินมาแต่ไม่รู้จะแขวนไหนดีอ่ะ กรรม

#4 By parishii on 2008-10-22 11:45

นึกไปถึงขนมปังอบชนิดหนึ่งที่เคยขายดี ขายดีก็ทำตามๆกัน สุดท้าย ผมหาขนมปังที่ว่านี้รับประทานยากเต็มที

#3 By ~fs writer~ on 2008-10-21 19:26

โอว อะฮ่าอัพบล็อค...

ขอให้ขายดี ขอให้ขายดี

อย่างน้อย ในนั่นก็จ๊อบสุดท้ายของเราเหมือนกัน ก่อนจะหนีมาญี่ปุ่น หุ หุ

คนไทยก็เงี้ยะแหละนะ อย่าให้มันตายกันทั้งตลาดแล้วกัน

#2 By Witna on 2008-10-21 16:58

โอ จะรอดูตามแผงนะคะ โชโจ๊ โชโจ้ จริงๆ

#1 By chihaya on 2008-10-21 08:08