CartoonTHAI

       และแล้วก็ดำเนินมายาวนานถึงเกือบหนึ่งปีกับเรื่องการจัดเรทติ้งการ์ตูนในประเทศไทย Mission ใหญ่ของกระทรวงวัฒนธรรมที่ดำเนินการพร้อมกันในสื่อต่าง ตั้งแต่ Free TV, ภาพยนตร์, นิตยสาร, พ็อคเก็ตบุ๊ค และสุดท้ายก็มาถึง "การ์ตูน" และแม้จะยังไม่ใช่ผลอันเป็นที่สุดแต่จากการร่วมประชุมในวันที่ 29 ก.ย.52 ที่ผ่านมาในที่สุดก็ได้แบบร่างที่สรุปตรงกันเสียที ซึ่งการดำเนินมาถึงขั้นนี้ก็หมายความว่าการจัดเรทการ์ตูนดำเนินมาถึง 80-90% แล้วในส่วนของ "การปฏิบัติงานขั้นแรก" (ขั้นต่อไปเดี๋ยวค่อยอธิบาย)

      สำหรับ เรทติ้ง ที่ถูกกำหนด(ชั่วคราวก่อนจะสรุปหาคำพูดที่เหมาะสม) "น่าจะ"(ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงในขั้นสุดท้าย) แบ่งออกเป็น 2 หมวดใหญ่คือ Restrict และ Unrestrict และ 4 หมวดย่อยอันได้แก่

       [ท.] = ทุกเพศทุกวัย เป็น / Unrestrict 
       [12+.] = เหมาะสำหรับอายุ 12 ปี ขึ้นไป / Unrestrict 
       [15+.] = เหมาะสำหรับอายุ 15 ปี ขึ้นไป / Unrestrict 
       [18+.] = สำหรับอายุ 18 ปีขึ้นไป "เท่านั้น" / Restrict

      ซึ่งเรทติ้งดังกล่าวนี้จะมีการขยายผลต่อในการยืนยันขั้นสุดท้ายกับกระทรวงวัฒนธรรมก่อนที่จะประกาศใช้โดยมีสมาคมผู้จัดพิมพ์เป็นผู้รับรองการใช้เรทดังกล่าวซึ่งจะทำการรับรองให้กับสมาชิกสมาคมผู้จัดพิมพ์เท่านั้น ส่วนเนื้อหาในการจำแนกประเภทการ์ตุนต่างๆ จะอ้างอิงจากเอกสาร ซึ่งทำการร่างโดย VBK และผ่านการพิจารณาแก้ไขปรับปรุงจาก สนพ. การ์ตูนต่างๆ (ที่เป็นสมาชิกสมาคมผู้จัดพิมพ์นะ...เลยยังไม่มี Luckpim และ TKO) เดาว่าเมื่อมีการประกาศใช้บุคคลทั่วไปน่าจะหาอ่านได้ไม่ยาก
     ผมรู้สึกดีใจจริงๆ ที่ก้าวแรกดำเนินมาได้สำเร็จแม้ว่าอาจจะใช้เวลานานพอสมควร(เกือบปีนับตั้งแต่เริ่มต้น) ถึงแม่ว่าในขั้นตอนปฏิบัติจริงจะยังติดขัดปัญหาโดยเฉพาะในข้อที่ขัดต่อกฏหมาย (ซึ่งจะส่งผลให้การ์ตูนที่ไม่ถึง 18+ น่าจะต้องเซ็นเซอร์ ส่วน 18+ ยังไม่มีข้อสรุป) แต่ผมก็คิดว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว มันอาจจะยังไม่สมบูรณ์แต่ทางเดิน 100 ลี้มันก็เริ่มจากก้าวแรกๆ นี่แหละ หากเรทติ้งที่กำหนดนี้ถูกใช้จนแพร่หลายและเป็นที่ยอมรับในบริบทของสังคมแล้วก็มีโอกาสขยายผลไปถึงการแก้กฏหมาย...ใช่ครับ ผมไม่ได้ล้อเล่นนะ Mission ที่ตั้งไว้มีประเด็นนี้อยู่จริงๆ

     หลายๆ คนคงขัดใจที่สุดท้ายจัดเรทแล้วการ์ตูนก็ยังมีการเซ็นเซอร์ แต่อนึ่งผมก็คิดว่าในเรื่องนี้มันก็ต้องพัฒนากันไปตามความเหมาะสมของสังคมครับ แต่อย่างน้อยผลงานที่หลุดเข้าไปอยู่ในหลุมดำก็มีโอกาสในการพิมพ์ออกมาได้ครับ(ถ้าสัญญายังเหลืออ่ะนะ) รวมไปถึงการ์ตูนในหมวดใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่โป๊นะเฟ้ย แต่หมายถึงการ์ตูนที่มีเนื้อหาผู้ใหญ่มากๆ หน่อยอะไรทำนองนั้น
    อย่างไรเสีย โดยบริบทและจรรยาบรรณของ สนพ. ในบ้านเรา เรทติ้งในบ้านเราย่อมเข้มงวดกว่าเรทติ้งในประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะญี่ปุ่น ฉะนั้นอย่าคาดหวังว่า "การ์ตูนผู้ใหญ่ที่เกี่ยวกับเรื่องเพศ" จริงๆ จะเข้ามาขายบ้านเราได้ง่ายๆ ครับ เรทติ้งนี้ 18+ น่าจะมีโอกาสอ่าน Zetman, GANTZ, หรือเรื่องอื่นๆ ทำนองนี้แค่นั้นแหละ(แค่นี้ก็ดีแล้วล่ะน่า)

    สำหรับก้าวต่อไปที่ยากยิ่งกว่าคือการประกาศใช้และชี้แจงทำความเข้าใจรวมไปถึงการ "จับ" ผู้กระทำผิด ซึ่งหมายถึงหากร้านค้าขายหนังสือ 18+ ให้กับใครที่อายุไม่ถึง ตำรวจมีสิทธิ์จับในทันทีนะครับ และอันนี้แหละคือความยากในลำดับต่อไป เรารู้กันดีว่าถึงมีการประกาศเรทติ้งแล้ว หากร้านค้าไม่ปฏิบัติตามก็เป็นเรื่องไร้ประโยชน์ การแอบซื้อแอบขายก็คงยังมีอยู่และ หากเป็นผลให้เรทติ้งนี้ไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ก็อย่าหวังเลยครับว่าเราจะพัฒนาระบบเรทติ้งในอนาคตต่อไปต่อไป ฉะนั้นหากเป็นไปได้ใครที่มีโอกาสอ่านบทความนี้ ก็อยากขจอให้ความร่วมมือและช่วยกันตักเตือนหรือห้ามร้านค้าที่กระทำผิดด้วยนะครับ ปัญหาการลอบขาย, แอบซื้อแอบขาย เป็นปัญหาที่แฝงซ่อนในระบบสังคมเรามานานแล้ว การจัดเรทนี้ส่วนหนึ่งจะเป็นการหยิบปัญหาแฝงให้ออกมาในที่แจ้งเพื่อทำการแก้ไขได้ต่อไป เพราะตราบเท่าที่มันยังคงเป็นปัญหาที่แฝงอยู่มันไม่มีทางแก้ไขได้ครับ

   ช่วงนี้ยังยุ่งอยู่ตามเคยแต่ก็อยากมาเขียนเรื่องนี้ไว้ก่อนที่จะลืมจริงๆ นะ หากมีการคืบหน้าหรือสรุป 100% อย่างแท้จริงผมก็จะมาเขียนบันทึกไว้อีกครั้ง

ปล.ในฐานะนักอ่านคนหนึ่งรู้สึกขอบคุณบรรณาธิการ สนพ. การ์ตูนทุกคนจริงๆ ครับทั้ง VBK, NED, SIC, บงกช, TMCX , บุรพัฒน์และ สนพ. อื่นๆ ที่ร่วมมือและผลักดันให้วงการการ์ตูนในประเทศไทยเรารุดหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ VBK (ขอไม่เอ่ยชื่อนะครับ) ผู้ร่างต้นแบบของการจำแนกเรทติ้งที่รวบรวมแนวความคิดไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

      เหมือนว่างแต่จริงๆ กำลังเคลียร์งานท้ายปีอยู่จนมาโพสต์เรื่องนี้ช้าไปเดือนแล้ว เอนทรี่นี้คงไม่มีอะไรมากนักนอกเหนือไปจากเอาโปรเจ๊คท้ายปีมาลง www.eqplusmag.com ฟอร์มอยู่ 4-5 เดือนกว่าจะได้ปล่อย ตอนนี้มีแต่แผนเต็มหัวไปหมด แต่ไม่มีแรงจะทำ (คือจริงขี้เกียจมากกว่ามั้งเพราะหัวกำลังไหลๆ) แต่ต้นปีคงต้องมาใช้แรงเคลียร์งานคั่งค้าง (จริงๆ ก็ตอนนี้ด้วย) ก่อนล่ะ

      พิมพ์แล้วก็ขอเขียนถึงโปรเจ๊คนี้ซักนิด เพราะอยากทำแมกกาซีนการ์ตูนความรู้เด็กตามแนวความคิดใหม่ที่ปรับเปลี่ยนเล็กน้อยจาก "อ่านความรู้ด้วยความสนุก" เป็น "สร้างโลกความรู้ด้วยความสนุก" ทำให้รู้ได้เลยว่าปีหน้างานเข้าแน่ๆ แต่พึ่งเลี้ยงปลายปีไป เห็นเพื่อนๆ น้องๆ ในออฟฟิซทุกคนแล้วรู้สึกดีใจ แม้ปีหน้าจะเป็นปีที่เศรษฐกิจเผาจริงแต่ก็รู้สึกได้ว่าพวกเราไปได้แน่ๆ ในเมื่อทุกๆ คนในออฟฟิซยังเปี่ยมด้วยกำลังใจขนาดนี้ เราเองก็คงมัวขี้เกียจอยู่ไม่ได้แน่ๆ

        แมกกาซีนเล่มนี้ อัพเดทข่าวทุกวัน อัพเดทการ์ตูนทุกอาทิตย์ อัพเดทคอลัมน์ความรู้และปกทุกสองสัปดาห์(ตามที่คาดการไว้อ่ะนะ แต่จริงๆ คงขึ้นอยู่กับแรงคนอัพ) ทีมงานยังมีกันกระจิ๋วหลิว แต่นึกย้อนไปยังดีกว่าสมัยทำเว็บ www.cartoon.co.th อีกนิดหน่อย แหม...แอบเอาแผนตอนนั้นมาดูแล้วอายตัวเองจังแฮะ
        ผมเชื่อว่าเว็บ อีคิวแมกนี่ก็น่าจะเป็นหน้าต่างอีกบานหนึ่งที่ทำให้คนอื่นๆ รู้ว่าอีคิวพลัสนั้นคืออะไร ทำอะไรอยู่ และมีแนวทางอย่างไรมากขึ้น ใครได้ลองเข้าใช้แล้วมีคอมเม้นต์อะไรบอกได้นะ แต่จะกลับมาแก้ไขหลังหยุดปีใหม่นะ อันนี้ปกเล่ม 3 ก่อนอัพเดทจริงวันที่ 1 มกราคม 2552

 ปล.ช่วงท้ายปีเห็นคนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องราคาการ์ตูน ที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามราคาน้ำมันมั่ง ราคากระดาษกันมั่ง รวมไปถึงมุมมองของนายทุนในการลงทุนทำ สนพ.การ์ตูนที่กลายเป็นนายทุนหน้าเลือดที่ไม่สนใจคนอ่านกันมากขึ้น ผมเลยนึกถึงช่วงที่ผมเขียนเอนทรี่เรื่อง "การ์ตูนไทยธุรกิจ" ไว้หลังปีใหม่มีเวลาจะมาเขียนเรื่อง "สนพ.การ์ตูนธุรกิจ โลกที่จูนติดมั่งไม่ติดมั่งของนักอ่านกะนายทุน" มั่งดีกว่า

edit @ 29 Dec 2008 16:42:10 by Aha301

                 เมื่อเดือนเมษาฯ ที่ผ่านมาผมเขียนบันทึกให้ตัวเองเรื่องของความฝันที่อยากจะนำการ์ตูนไทยสู่ตลาดโลก ตอนนี้เดือนกันยายนก่อนที่จะเข้าสู่งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติของปี 2008 ก็ไม่อยากเชื่อว่าเราได้เหยียบก้าวแรกของความฝันแล้ว เมื่อผลงานของ สนพ.สามารถขายออกไปยังต่างประเทศได้แล้วเป็นเรื่องแรก และสำหรับตัวผมก้าวแรกนี่แหละคือสิ่งที่บอกว่าก้าวต่อไปจะต้องทำได้อย่างแน่นอน ผมอยากจดจำความรู้สึกตอนนั้นไว้จึงมาเขียนไว้ในบล็อกของตัวเองอีกครั้ง
                
                 เมื่องานหนังสือเด็ก ผมที่ยืนในฐานะโปรดิวเซอร์ของโปรเจคท์การ์ตูน "การินปริศนาคดีอาถรรพ์" ซึ่งเป็นผลงานที่ผ่านการคิดหลายขั้นตอน รู้สึกดีใจมากที่ในงานหนังสือเด็กผลงานเรื่องนี้มียอดขายทำลายสถิติของผลงานที่เคยออกในงานนี้ และยินดียิ่งกว่าเมื่อผลงานเรื่องนี้วางขายไปยังไม่ครบเดือน เราก็ได้รับการติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์เข้ามา สามภาษา สองประเทศ แม้การขายนอกงานในส่วนของตลาดแผงการ์ตูน ดูจะยังไม่ถูกพูดถึง แต่ในส่วนของตลาดร้านหนังสือใหญ่กลับได้รับเสียงตอบรับเข้ามามากมาย และส่วนใหญ่(แทบจะเรียกว่าทั้งหมดจริงๆ) พวกเขาชอบ!!.....จริงๆ ผมก็พอเข้าใจที่ตลาดแผงการ์ตูนนั้นมีภาพของการอคติต่อการ์ตูนไทยสูงกว่าแผงตลาดร้านหนังสือใหญ่ๆ ซึ่งก็รวมไปถึงพื้นฐานราคาที่แตกต่างกันด้วย แต่ก็หวังว่าผลงานนี้คงไม่ทำให้คนที่ซื้อไปรู้สึกผิดหวัง ปีนี้เราเซ็ทโปรเจคท์มากมายโดยเริ่มมองไปที่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น เพราะจากการที่ไปชิมลางมาทั้งฮ่องกงและไต้หวัน จนกระทั่งผลงานล่าสุดที่เหยียบบันไดความฝันก้าวแรก ผมมั่นใจแล้วเราไปได้แน่ๆ !! ต้นปีหน้าเราจะฟิตและลุยขึ้นเวทีกันอีกยก

                 มาว่ากันที่เรื่องโปรเจคท์ในเดือน กันยาฯ-ตุลาฯ บ้าง เดือนตุลานี้ยกกำลังผลครั้งใหญ่ลงลุยงานสัปดาห์ สองสำนักพิมพ์เกือบยี่สิบปก(มั้ง...จำตัวเลขไม่ค่อยได้) มีโปรเจคต์ใหม่ หลักๆ 3 ตัว ทั้งเด็กวัยรุ่นและวัยโต ชนิดว่าทุ่มกันลืมตายได้เลย แม้ว่าปีนี้จะเป็นปีวิกฤตต่อเนื่องในเรื่องของการเมือง จนกระเทือนไปเสียทุกเรื่อง (รวมไปถึงเรทติ้งที่แทบไม่คืบหน้าไปไหนเลยซักนิด) เป็นใบบุญล่ะมั้ง ที่เราไม่เคยพึ่งพาหรือรอความหวังจากคนอื่นๆ ไม่ว่าจะภาครัฐบาลหรือรัฐวิสหกิจหน่วยไหน ก็เลยคงพอลุยผ่านไปได้ ซึ่งโปรเจคต์ในเดือนนี้จะเป็นหัวหอกชุดแรกของการลุยตลาดโลกในปีหน้า ก่อนที่จะไปถึงอีกโปรเจคท์(หรือหลายๆ โปรเจคท์) ที่อยู่ที่เดือนเมษาฯ ปีหน้า
                  การินปริศนาคดีอาถรรพ์ นิยายฉบับที่ 2 และการ์ตูนฉบับที่ 3-4 ต่อเนื่องจากเดือนกรกฎาคม แม้จะมีติดขัดออกช้าไปกว่ากำหนดพอควรแต่ก็ยกนิ้วให้กับทีมงาน Black Tohfu ที่ตะลุยบู๊ 4 วัน 50 หน้าต้นฉบับในช่วงปิดเล่ม เป็นสิ่งที่ผมภาคภูมิใจในทีมงานอย่างแท้จริง กับชื่อตอน "ความทรงจำในซากดอกไม้ - The Sorrow of Blue Memory(ฉบับนิยาย)" และ "ขบวนภูตป่าอาถรรพ์ - The Carnival of Howling heads(การ์ตูน)" ใครมีโอกาสได้อ่านมาทิ้งคอมเมนต์ให้ผมบ้างก็ขอบคุณมาก เรื่องนี้จะวางปลายเดือน กันยาฯ - ต้นตุลาฯ โดย พูนิก้า สำนักพิมพ์

   

( หวาปกนิยาย ยังเป็นตัวไม่สมบูรณ์แฮะ)
             อีกชุดกับคอนเซ็ปท์ ความสนุกความรู้เต็ม MAX !! "ไดโนฟาร์ม - ผ่าพันธุ์สัตว์ล้านปี" การ์ตูนความรู้สัตว์โลกล้านปี และ "พิชิตศาสตร์มังกรดราก้อนแคปเตอร์" การ์ตูนความรู้ของ E.Q.Plus ที่ผนวกกำลังผสานความรู้ความบันเทิงให้หนักยิ่งกว่าที่เคย Blog นี้อาจจะไม่มีแฟนประจำ E.Q.Plus มาอ่านนักแต่เผื่อผ่านตาก็คอมเม้นต์ได้นะ

              อีกชุดที่จะเปิดตัวในงานนี้กับผลงานที่ขออุบปกเป็นความลับไว้อีกนิด(จริงๆ คือยังทำปกม่ายเสร็จ) แต่ถ้าใครเคยอ่าน "ดั่งดวงหฤทัย" และเป็นแฟน Dimsum-Studio มาก่อนล่ะก็งานมีกรี๊ดแน่นอน กับผลงานเรื่องยาวขนาดสั้น (งงมั้ย?) "ลิขิตจอมนครา" ไว้ไปรอดูกันในงานเลยละกันนะ ที่เหลือผลงานต่างๆ ก็ยังคงออกต่อเนื่องทั้งนิยายและการ์ตูนอีกหลายๆ เรื่อง

ปล.ตอนที่ผมรู้เรื่องการติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์ ผมดีใจมาก แต่สุดท้ายผมก็จำความรู้สึกนั้นไม่ได้แล้ว(แม้จะเขียนเอนทรี่นี้จบแล้วก็ม) หวังว่าผมคงนึกมันออกอีกครั้งตอนที่ผลงานของ สนพ. ได้ขายออกไปอีกหลายๆ เรื่อง