CartoonTHAI

       หลังจากการขบคิดสารตะก็ฟันธง(กันไปพักใหญ่ๆ) ว่าการกลับมาของ CX โดยแนวทางของการ์ตูนภายในเล่มเราตัดสินใจใช้ชื่อ "BlaCX" โดยเป็นบุ๊คกาซีน ที่อยู่ภายใต้คอนเซ็ปท์ BlaCX Fantasy โดยฉบับแรกก็จะมีผลงานเรื่องเด่นลงพร้อมกันสามเรื่อง (และเรื่องที่สี่จะตามมาในเล่มสอง) ซึ่งสิ่งที่เหลือเชื่อสำหรับผมคือนักเขียนทั้งหมดที่เขียนลงใน BlaCX นั้นมีความเกี่ยวโยงกับ CX ทั้งหมด


       

                1.การิน BlaCX : ปริศนาอาถรรพ์ 'สีดำ' [เรื่อง:อัยย์ / ภาพ:Black Tohfu]

                ซีรีส์ใหม่จากผลงานความนิยมอันดับหนึ่งของ สนพ.พูนิก้าคอมมิก ที่มียอดขายรวมทั้งหมดกว่า 500,000 เล่ม และถูกสร้างเป็นภาพยนตร์เตรียมลงโรงฉายต้นปี '55 เรื่องของเด็กหนุ่มการินกับการตามรวบรวมอาถรรพ์ตามแบบฉบับไทยๆ

                ผลงานจากทีม Black Tohfu ซึ่งประกอบด้วย สกล, โป้ง, แอ้ด ซึ่งสกลนั้นคือนักเขียนที่เคยเข้าร่วมโครงการ CX Comicker Challenge และเข้าถึงรอบสุดท้าย ซึ่งตอนนั้นสกลเองก็ส่งจดหมายเข้ามาร่วมสนุกและเอาการ์ตูนเข้ามาขอคอมเมนท์อยู่เป็นเนืองๆ จากตอนนั้นยังเรียกว่ามือสมัครเล่นแต่ปัจจุบันทีม Black Tohfu ทั้งหมดถือเป็นนักเขียนการ์ตุฯมืออาชีพได้อย่างเต็มภาคภูมิ เมื่อดูจากความสำเร็จและจำนวนแฟนคลับในปัจจุบัน (ตอนที่เขียนนี้ Facebook Garin movie Project น่าจะมียอดเกิน 15000 Like ไปแล้ว)

 

 

                2.วัตสัน & โฮล์ม : ถอดรหัสยีนส์ฆาตกรรม [เรื่องกูณฑ์ / ภาพ: Sniper Cats)

                ผลงานใหม่กิ๊กถอดด้ามกับเรื่องราวของคู่หูนักสืบที่จะกลับมาโลดแล่นอีกครั้งในศตรรษที่ 20 และแน่นอนว่าเรื่องราวครั้งนี้กำลังเริ่มต้นขึ้นในประเทศไทยที่บ้านตระกูล "โฮล์ม อนุมานสกุล" ติดตามการไขคดีที่ต้องอาศัยอนุมานศาสตร์ในการไขปริศนาพร้อมกันใน BlaCX

                ผลงานจากทีม Sniper Cats อันประกอบด้วย ภานุ นทีนันท์และนรวรรณ ฉกรรจ์แดง ซึ่งภานุนั้น...(ขอเรียกเตอร์ตามความคุ้นปากละกัน) เตอร์นั้นเป็นหนึ่งในโครงการ CX Studio โครงการฝึกหัดผู้ช่วยนักเขียนการ์ตูน ในตอนนั้นเตอร์มีโอกาสเขียน Love Quiz Line ใน CX สองตอน แต่หลังจาก CX ปิดตัวไปทีมงานที่เหลือเรายังไม่สามารถผลักดันเตอร์ได้ในขณะนั้น เขาแวะไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์หลายปี และด้วยโชคดี(หรือร้ายก็ไม่รู้ล่ะ) เขาก็ได้กลับมาเขียนงานลงใน CX อีกครั้งและจับมือกับนรวรรณ (นวัน) นักเขียนมากฝีมืออีกคนหนึ่งร่วมกันสร้างผลงานในทีมสองเรื่องด้วยกัน (อีกเรื่องคือ 'กลลวงตามายาวาณิช' ซึ่งเคยลงในเรื่องสั้น Punica Short Story มาครั้งหนี่งแล้วและรอคอยฉบับรวมเล่มต่อไปข้างหน้า)

 

                3.081-ยมทูต-ส่งด่วน [เรื่อง/ภาพ : Dim-Sum Studio(เกี๊ยวซ่าดิบ&จิ๊กโฉ่ว)]

                เรื่องสยองขวัญขำก๊า---ก ในแบบในแบบฉบับ Horror(รั่ว) การพบเจอระหว่างสาวน้อยคนทรงผู้มีความฝันที่จะหนีห่างจากโลกที่งมงายและเป็น IT IDOL เวิร์คกิ้งวูแมนผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีทุกประเภท แต่จับพลัดจับผลูต้องมาเจอกับยมทูตสุดไฮเทคผู้ใช้เทคโนโลยีขั้นสุดยอดในการทำงาน ความสยองขวัญ ขำก๊ากในแบบที่ไม่เคยอ่านกันมาก่อนกำลังรอเพื่อนๆ อยู่ที่นี่

                เกี๊ยวซ่าดิบนั้นคือผู้ชนะเลิศโครงการ CX Comicker Challenge (ซึ่งตอนนั้นเธอยังเป็นเด็ก ม.ปลายอยู่เลยด้วยซ้ำ) เวลาผ่านไปเธอยังคงเชื่อมั่นกับสำนักพิมพ์เราเข้ามาผ่านการฝึกปรือฝีมือกับ Dim-Sum Studio และในที่สุดด้วยความผูกพันเธอก็ขอออกผลงานภายใต้การดูแลของ Dim-Sum Studio อย่างเต็มที่ งานนี้พี่ขนมจีบหัวหน้าทีมการันตีมาเต็มที่กับความรั่วๆ ฮาๆ บ้าๆ ของเกี๊ยวซ่าดิบนั้นไม่แพ้ใครแน่นอน
                ในขณะที่จิ๊กโฉ่ว ก็เป็นหนึ่งในทีมผู้ช่วยนักเขียน CX ซึ่งมีฝีไม้ลายมือใช่ย่อย ผ่านงานการ์ตูนมาแล้วหลากหลายรูปแบบ (แม้แต่การ์ตูนผีเล่มล่ะห้าบาท) มาดูกันว่าเกี๊ยวซ่าดิบจิ้มจิ๊กโฉ่วจะถูกปากเพื่อนนักอ่านมั้ย

                นอกจากนี้แล้วใน BlaCX ก็ยังประกอบไปด้วยคอลัมน์และนิยายเรื่องสั้นให้นักอ่านครบรสชาติเต็มอิ่มสไตล์ Black Fantasy ด้วย นักเขียนหลายคนฝากถามผ่านกันมาว่าจะมีโครงการรับนักเขียนเพิ่มเติมใหม...อืม จริงๆ ก็ไม่เคยปิดรับอยู่แล้วครับใครสนใจก็ส่งผลงานมาได้เสมอ แต่ขอให้เป็นฉบับซีร้อกนะครับ

                กำหนดวันออกของ BlaCX อย่างเป็นทางการคือในงานสัปดาห์หนังสือวันที่ 5-16 ตุลาคมที่จะถึงนี้ซึ่งน่าจะวางขายพร้อมกันทั้งในงานและนอกงาน (แต่ในงานจะร่วมโปรโมชั่นของ สนพ.พูนิก้าได้) ต้องขอบคุณสำหรับเพื่อนนักอ่านทุกคนที่ติดตามเรื่องราวของ CX ใน Blog นี้อีกครั้ง ฉบับแรกนี้สุดฝีมือที่ผมจะทำได้ (ในปัจจุบัน...และหวังว่าจะมีมันมากขึ้นๆ ไปในฉบับหน้าๆ) หากใครได้มีโอกาสอ่านแล้วมีคำติชมขอรบกวนมาคอมเมนท์ไว้ที่นี่โดยตรงจะเป็นการขอบคุณเป็นอย่างมากครับ

"คำด่าคือยารักษาโรครสขม คำชมคือน้ำตาลสำหรับพลังงานเพื่อวันพรุ่งนี่"

edit @ 16 Sep 2011 22:03:40 by Aha301

 

    ตลกที่สุดที่จะบอกว่า เรากำลังอัพ Blog ในรอบ 2 ปี ผมเคยคิดว่าการอัพแต่ล่ะครั้งเพื่อจะบันทึกจุดเปลี่ยนในชีวิตของตัวเอง หรือจริงๆ ที่ผ่านมาสองปีผมไม่มีจุดเปลี่ยนเลยหรือ....ไม่หรอกก็แค่ขี้เกียจเท่านั้นแหละ แต่พอดีเดือนนี้ ปีนี้ (ซันที่เขียนคือเดือนสิงหาคม 2011) เรามีกำหนดการอันเหลือเชื่อสำหรับผมเอง กำหนดเดียวกับเมื่อ 8 ปีก่อน นั่นคือภารกิจการนำ นิตยสารการ์ตูนไทยที่อยู่ในความทรงจำผมมากที่สุดกลับมานั้่นก็คือ แมกกาซีน CX

     ใครไม่รู้จักผมก็ไม่รู้จะอธิบายอะไร เพราะจริงๆ Blog นี้มีไว้เตือนความทรงจำผมเองก็น่าจะพอ แต่เขียนไว้คร่าวๆ กันจะลืมซะหมดละกัน (และใครอ่านไม่รู้เรื่องก็อย่าว่ากันเลยนะ) CX เล่มที่แล้วผมนั่งแท่นในฐานะหัวหน้ากองบรรณาธิการเรื่องเนื้อเรื่องและบทความ งานหลักๆ คือแต่งเรื่องบางระจัน Spirit กับการปิดเล่มรวบรวมต้นฉบับทุกเรื่อง (ซึ่งก็ง่วนอยู่กับการตรวจ Storyboard อีกหลายๆ เรื่องอีกด้วย) เขียนคอลัมน์และตามตอบจดหมาย และจบลงด้วยการปิดตัวของหนังสือในเวลา 7 เดือนทั้งหมด 14 ฉบับ...

    8 ปีหลังจากมาทำ E.Q.Plus ได้ ครบ 7 ปี ผ่านวิกฤตร้อนหนาว(ป่วยนั่นแหละ) สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นคือผมกลับมานั่งแท่นนิตยสารเล่มเดิมในฐานะเดิมอีกรอบ และเตรียมหนังสือเล่มเดิมในเวลาที่น้อยกว่าเดิมแต่ไม่มีนักเขียนเดิมๆ และ "ห้าม" ให้ประวัติศสตร์ซ้ำรอยเดิม นั่นหมายถึงต้องประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายหรือไม่ก็รีบเจ๊งๆ ไปภายในสามเดือน...(อย่าดิ...พูดเองแล้วสยองนะเี่นี่ย)

    ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าครั้งนี้จะไปได้ดีแค่ไหน เมื่อแปดปีก่อนตอนทำก็ว่า เออ...เราทำได้เจ๋งนะ (แม้วันนี้กลับมาอ่านดูแล้วทั้งเขินทั้งอาย...ตอนนั้นก็ทำไปได้นะ) ยอมรับว่าตัวเองผูกพันกับ CX มากแต่จะกล้าใช้ชื่อเดิมหรือเปล่านะ...(ลูกยุจากนักเขียนน้องๆ ข้างๆ เชียร์ให้ใช้เต็มที่เลย) ครั้งนั้นผมรู้สึกขอบคุณนักอ่านที่ช่วยสนับสนุนทุกเล่มที่ออกในเครือ Comic Quest จริงๆ ประสบการณ์ในตอนนั้น ความกรุณาจากนักอ่านในวันนั้นคือโอกาสในการที่ผมจะพยายามทำตามสัญญากับเพื่อนนักอ่านเมื่อ 8 ปีก่อน บก.บริหารเราพูดเอาไว้ว่า "เราจะกลับมา"

    ผมรู้ดีว่าสิ่งที่ผมต้องทำในตอนนี้คือตั้งใจยิ่งกว่าเมื่อครั้งนั้น มันคงไม่ง่าย...เรื่องนั้นเรารู้ดี ผมอ่าน Bakuman เล่ม 10-11 อยู่หลายเที่ยวนักเขียนกับ บก.ที่นั่นทำงานหนักขนาดนั้นกว่าจะได้ผลงานที่ยอดเยี่ยมซักเรื่องๆ ผมก็ต้องพยายามให้ใกล้คียงอีกนิด อีกหนึ่งในสิบหรือหนึ่งในร้อยก็ยังดี เพราะผมเชื่อว่านักอ่านทุกคน คาดหวังและอยากอ่านการ์ตูนไทยที่มีศักยภาพที่ทัดเทียมกับญี่ปุ่น (หรือหลายๆ ประเทศที่ประสบความสำเร็จ) บางทีคงยังห่างชั้นเพราะเมื่อเราเดินทุกประเทศเขาก็เดิน (ไม่หรอก...เขาวิ่ง) แต่อีกนิดก็ยังดี อีกหน่อยก็ขอเถอะ...ผมสัญญากับเพื่อนนักอ่านทุกคนผมจะพยายาม 

       และแล้วก็ดำเนินมายาวนานถึงเกือบหนึ่งปีกับเรื่องการจัดเรทติ้งการ์ตูนในประเทศไทย Mission ใหญ่ของกระทรวงวัฒนธรรมที่ดำเนินการพร้อมกันในสื่อต่าง ตั้งแต่ Free TV, ภาพยนตร์, นิตยสาร, พ็อคเก็ตบุ๊ค และสุดท้ายก็มาถึง "การ์ตูน" และแม้จะยังไม่ใช่ผลอันเป็นที่สุดแต่จากการร่วมประชุมในวันที่ 29 ก.ย.52 ที่ผ่านมาในที่สุดก็ได้แบบร่างที่สรุปตรงกันเสียที ซึ่งการดำเนินมาถึงขั้นนี้ก็หมายความว่าการจัดเรทการ์ตูนดำเนินมาถึง 80-90% แล้วในส่วนของ "การปฏิบัติงานขั้นแรก" (ขั้นต่อไปเดี๋ยวค่อยอธิบาย)

      สำหรับ เรทติ้ง ที่ถูกกำหนด(ชั่วคราวก่อนจะสรุปหาคำพูดที่เหมาะสม) "น่าจะ"(ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงในขั้นสุดท้าย) แบ่งออกเป็น 2 หมวดใหญ่คือ Restrict และ Unrestrict และ 4 หมวดย่อยอันได้แก่

       [ท.] = ทุกเพศทุกวัย เป็น / Unrestrict 
       [12+.] = เหมาะสำหรับอายุ 12 ปี ขึ้นไป / Unrestrict 
       [15+.] = เหมาะสำหรับอายุ 15 ปี ขึ้นไป / Unrestrict 
       [18+.] = สำหรับอายุ 18 ปีขึ้นไป "เท่านั้น" / Restrict

      ซึ่งเรทติ้งดังกล่าวนี้จะมีการขยายผลต่อในการยืนยันขั้นสุดท้ายกับกระทรวงวัฒนธรรมก่อนที่จะประกาศใช้โดยมีสมาคมผู้จัดพิมพ์เป็นผู้รับรองการใช้เรทดังกล่าวซึ่งจะทำการรับรองให้กับสมาชิกสมาคมผู้จัดพิมพ์เท่านั้น ส่วนเนื้อหาในการจำแนกประเภทการ์ตุนต่างๆ จะอ้างอิงจากเอกสาร ซึ่งทำการร่างโดย VBK และผ่านการพิจารณาแก้ไขปรับปรุงจาก สนพ. การ์ตูนต่างๆ (ที่เป็นสมาชิกสมาคมผู้จัดพิมพ์นะ...เลยยังไม่มี Luckpim และ TKO) เดาว่าเมื่อมีการประกาศใช้บุคคลทั่วไปน่าจะหาอ่านได้ไม่ยาก
     ผมรู้สึกดีใจจริงๆ ที่ก้าวแรกดำเนินมาได้สำเร็จแม้ว่าอาจจะใช้เวลานานพอสมควร(เกือบปีนับตั้งแต่เริ่มต้น) ถึงแม่ว่าในขั้นตอนปฏิบัติจริงจะยังติดขัดปัญหาโดยเฉพาะในข้อที่ขัดต่อกฏหมาย (ซึ่งจะส่งผลให้การ์ตูนที่ไม่ถึง 18+ น่าจะต้องเซ็นเซอร์ ส่วน 18+ ยังไม่มีข้อสรุป) แต่ผมก็คิดว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว มันอาจจะยังไม่สมบูรณ์แต่ทางเดิน 100 ลี้มันก็เริ่มจากก้าวแรกๆ นี่แหละ หากเรทติ้งที่กำหนดนี้ถูกใช้จนแพร่หลายและเป็นที่ยอมรับในบริบทของสังคมแล้วก็มีโอกาสขยายผลไปถึงการแก้กฏหมาย...ใช่ครับ ผมไม่ได้ล้อเล่นนะ Mission ที่ตั้งไว้มีประเด็นนี้อยู่จริงๆ

     หลายๆ คนคงขัดใจที่สุดท้ายจัดเรทแล้วการ์ตูนก็ยังมีการเซ็นเซอร์ แต่อนึ่งผมก็คิดว่าในเรื่องนี้มันก็ต้องพัฒนากันไปตามความเหมาะสมของสังคมครับ แต่อย่างน้อยผลงานที่หลุดเข้าไปอยู่ในหลุมดำก็มีโอกาสในการพิมพ์ออกมาได้ครับ(ถ้าสัญญายังเหลืออ่ะนะ) รวมไปถึงการ์ตูนในหมวดใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่โป๊นะเฟ้ย แต่หมายถึงการ์ตูนที่มีเนื้อหาผู้ใหญ่มากๆ หน่อยอะไรทำนองนั้น
    อย่างไรเสีย โดยบริบทและจรรยาบรรณของ สนพ. ในบ้านเรา เรทติ้งในบ้านเราย่อมเข้มงวดกว่าเรทติ้งในประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะญี่ปุ่น ฉะนั้นอย่าคาดหวังว่า "การ์ตูนผู้ใหญ่ที่เกี่ยวกับเรื่องเพศ" จริงๆ จะเข้ามาขายบ้านเราได้ง่ายๆ ครับ เรทติ้งนี้ 18+ น่าจะมีโอกาสอ่าน Zetman, GANTZ, หรือเรื่องอื่นๆ ทำนองนี้แค่นั้นแหละ(แค่นี้ก็ดีแล้วล่ะน่า)

    สำหรับก้าวต่อไปที่ยากยิ่งกว่าคือการประกาศใช้และชี้แจงทำความเข้าใจรวมไปถึงการ "จับ" ผู้กระทำผิด ซึ่งหมายถึงหากร้านค้าขายหนังสือ 18+ ให้กับใครที่อายุไม่ถึง ตำรวจมีสิทธิ์จับในทันทีนะครับ และอันนี้แหละคือความยากในลำดับต่อไป เรารู้กันดีว่าถึงมีการประกาศเรทติ้งแล้ว หากร้านค้าไม่ปฏิบัติตามก็เป็นเรื่องไร้ประโยชน์ การแอบซื้อแอบขายก็คงยังมีอยู่และ หากเป็นผลให้เรทติ้งนี้ไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ก็อย่าหวังเลยครับว่าเราจะพัฒนาระบบเรทติ้งในอนาคตต่อไปต่อไป ฉะนั้นหากเป็นไปได้ใครที่มีโอกาสอ่านบทความนี้ ก็อยากขจอให้ความร่วมมือและช่วยกันตักเตือนหรือห้ามร้านค้าที่กระทำผิดด้วยนะครับ ปัญหาการลอบขาย, แอบซื้อแอบขาย เป็นปัญหาที่แฝงซ่อนในระบบสังคมเรามานานแล้ว การจัดเรทนี้ส่วนหนึ่งจะเป็นการหยิบปัญหาแฝงให้ออกมาในที่แจ้งเพื่อทำการแก้ไขได้ต่อไป เพราะตราบเท่าที่มันยังคงเป็นปัญหาที่แฝงอยู่มันไม่มีทางแก้ไขได้ครับ

   ช่วงนี้ยังยุ่งอยู่ตามเคยแต่ก็อยากมาเขียนเรื่องนี้ไว้ก่อนที่จะลืมจริงๆ นะ หากมีการคืบหน้าหรือสรุป 100% อย่างแท้จริงผมก็จะมาเขียนบันทึกไว้อีกครั้ง

ปล.ในฐานะนักอ่านคนหนึ่งรู้สึกขอบคุณบรรณาธิการ สนพ. การ์ตูนทุกคนจริงๆ ครับทั้ง VBK, NED, SIC, บงกช, TMCX , บุรพัฒน์และ สนพ. อื่นๆ ที่ร่วมมือและผลักดันให้วงการการ์ตูนในประเทศไทยเรารุดหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ VBK (ขอไม่เอ่ยชื่อนะครับ) ผู้ร่างต้นแบบของการจำแนกเรทติ้งที่รวบรวมแนวความคิดไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม