2008/Oct/20

                  พระเจ้าช่วย จริงๆ ผมอยากมาเขียนบล็อกเรื่องที่ตกค้างไว้คือผลงานลิขิตจอมนครา ผลงานใหม่ของ Dim-Sum Studio ซึ่งทำงานสั่งสมบ่มเพาะกันมาสามปี  ปรากฏว่าผมต้องเขียนถึงเรื่องสมรภูมิในแวดวงการ์ตูนเด็กที่แม้แต่ค่ายใหญ่ๆ อย่างแจ่มใสและแปลนก็โดดลงมาร่วมวงไพบูลย์ไปด้วยกับการ์ตูนความรู้จากเกาหลี อืมนะ....ตลาดมันแดงเทือกอยู่แล้วจะเอากันขนาดไหนล่ะนี่ เรียกได้ว่าเหล่าเพลเยอร์หลักๆ ลงมาจนแน่นเรียบร้อยตั้งแต่บริษัทจัดจำหน่ายยักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่งและสองอย่าง ซีเอ็ดและอมรินทร์ สำนักพิมพ์หนังสือเด็กอันดับท้อปของบ้านเราอย่างนานมีบุ๊คและแปลน สำนักพิมพ์นิยายวัยรุ่นอันดับหนึ่งในปัจจุบันอย่างแจ่มใส (ผมยังไม่ได้นับเพลเยอร์อื่นๆ ที่ไม่น้อยหน้าใครไม่ว่าจะเป็นสกายบุ๊ค, กบนอกกะลา, เนชั่น, สยามอินเตอร์คอมมิค หรือเพลเยอร์เจ้าเล็กๆ อื่นๆ อีกมากทั้งที่ยังอยู่หรือโยกย้ายออกไปแล้ว) คือมันกลายเป็นตลาดที่การแข่งขันมันสูงมากจนผมแปลกใจจากวันแรกที่ไม่เคยเห็นใครแต่ตอนนี้แดงฉานกลบไปด้วยเลือดของสงครามไปแล้วเรียบร้อย จนต้องกลับมามองดูตัวเองว่ายังยืนอยู่ที่นี่ไดัยังไงหว่า มองโลกในแง่ดี เรื่องนี้คง "ค่อยๆ" ทำให้ผู้ใหญ่ที่ซื้อหรือเด็กที่เติบโตจากวันนี้ยอมรับกระแสการ์ตูนกันได้มากขึ้น มองในแง่ทั่วไป เหนื่อยยยยยยเว้ย งานเข้าอีกตามเคย มองในแง่ร้าย เลิกทำมันซะดีมั้ยฟระ.... ผลของการตัดสินใจจะเป็นยังไง อนาคตเท่านั้นที่จะเห็น แต่วันนี้ไม่ใช่แค่ 5-6 คนอย่างเมื่อก่อน ที่ตอบตัวเองได้ง่ายๆ ว่าจะโยกย้ายไปไหน เหนื่อยแล้วพเถอะ แต่เป็นบริษัทและเหล่าเพื่อนพ้องรุ่นพี่รุ่นน้องอีก 50 คน ที่ทำให้เราคงถอดใจไม่ได้ บางคนว่านี่มันก็คือการขึ้นหลังเสือ ถ้าควบมันไปตลอดไม่ได้ ตอนที่คิดจะลงน่ะมันเจ็บหนักแน่นอน เอาเถอะสภาพแบบนี้เศรษฐกิจแบบนี้เราจะบ่นอะไรไปได้ล่ะ (รอดูสิว่ายังจะมีอีกมั้ยที่จะขยับตัวลงมาร่วมสมรภูมินี้อีกน่ะ)

                   เอาล่ะบ่นเสร็จแล้วมาว่ากันที่จุดประสงค์หลักซักที ว่าจะเขียนถึงนานแล้วล่ะ แต่ดันติดธุระบ้าๆ บอๆ จนกว่าจะได้อัพเดทบล็อกนี่ก็เกือบจะจบงานสัปดาห์ไปแล้วด้วยซ้ำ งานของ Dim-Sum Studio ชิ้นใหม่หลังจากห่างหายจากวงการไปนานหลังจากการเขียนดั่งดวงหฤทัย กับลิขิตจอมนครา งานนี้เป็นงานที่โดยส่วนตัวรู้สึกได้ว่าผลงานมันก้าวหน้าไปกว่าสมัยก่อนมากๆ ทั้งลายเส้นและรูปเล่ม(รวมไปถึงระบบการทำงาน) การเก็บข้อมูลโดยการเดินทางไปยังสถานที่จริงอย่างนครวัตรนครธมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่อยากทำก็ทำได้ง่ายๆ ซึ่งมันทำให้ทีมงานรู้สึกมุ่งมั่นและภาคภูมิใจกับผลงานชิ้นนี้มากๆ แหะๆ ผมแค่นึกถึงตอนหิ้วกล้องวิ่งไปถ่ายนู่นถ่ายนี่รวมกันหลายสิบกิ๊กนี่ เหงื่อก็ซึมออกมาซะแล้ว งานนี้ออกด่วนก่อนในงานสัปดาห์หนังสือครั้งนี้ตั้งแต่ต้นงาน และจะเริ่มวางจำหน่ายพร้อมกันทั้งตลาดบนตลาดล่างหลังงานสัปดาห์พร้อมสายคาดและสีชมพูสะท้อนแสงอันเป็นเอกลักษณ์เช่นเดิม อิอิ แค่นึกก็สนุกแล้ว เหมือนเดิมครับใครผ่านมาอ่านหรือใครได้อ่านไปแล้วมาฝากคอมเม้นต์ไว้ที่นี่ได้ คำวิจารณ์เป็นสิ่งที่ทีมงานต้องการอยู่เสมอ โดยเฉพาะคำติเตียน เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เราเติบโตไปข้างหน้าเสมอๆ (จนบางคนบอกว่าที่นี่เป็น สนพ.ที่โดนด่าต่อเนื่องเลยตั้งกะทำคอมมิคเควสท์ และเราก็ภูมิใจจริงๆ นะที่พอเรามองย้อนกลับไปแล้วเราเติบโตขึ้นมาเสมอๆ และคำติเตียนคำด่าพวกนั้นก็เป็นส่วนสำคัญที่ผลักให้เรามาอยู่ตรงนี้ พอมองย้อนกลับไปแล้วผมถึงเข้าใจว่าทำไมเขาถึงพูดว่า "ยาน่ะมันขมนะ" )

 

ปล.งานหนังสือเหลือไม่กี่วัน ผมคงต้องไปสอยหนังสือของตัวเองบ้างแล้วหลังจากปล่อยปละตัวเองมาซะนาน

2008/Sep/19

                 เมื่อเดือนเมษาฯ ที่ผ่านมาผมเขียนบันทึกให้ตัวเองเรื่องของความฝันที่อยากจะนำการ์ตูนไทยสู่ตลาดโลก ตอนนี้เดือนกันยายนก่อนที่จะเข้าสู่งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติของปี 2008 ก็ไม่อยากเชื่อว่าเราได้เหยียบก้าวแรกของความฝันแล้ว เมื่อผลงานของ สนพ.สามารถขายออกไปยังต่างประเทศได้แล้วเป็นเรื่องแรก และสำหรับตัวผมก้าวแรกนี่แหละคือสิ่งที่บอกว่าก้าวต่อไปจะต้องทำได้อย่างแน่นอน ผมอยากจดจำความรู้สึกตอนนั้นไว้จึงมาเขียนไว้ในบล็อกของตัวเองอีกครั้ง
                
                 เมื่องานหนังสือเด็ก ผมที่ยืนในฐานะโปรดิวเซอร์ของโปรเจคท์การ์ตูน "การินปริศนาคดีอาถรรพ์" ซึ่งเป็นผลงานที่ผ่านการคิดหลายขั้นตอน รู้สึกดีใจมากที่ในงานหนังสือเด็กผลงานเรื่องนี้มียอดขายทำลายสถิติของผลงานที่เคยออกในงานนี้ และยินดียิ่งกว่าเมื่อผลงานเรื่องนี้วางขายไปยังไม่ครบเดือน เราก็ได้รับการติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์เข้ามา สามภาษา สองประเทศ แม้การขายนอกงานในส่วนของตลาดแผงการ์ตูน ดูจะยังไม่ถูกพูดถึง แต่ในส่วนของตลาดร้านหนังสือใหญ่กลับได้รับเสียงตอบรับเข้ามามากมาย และส่วนใหญ่(แทบจะเรียกว่าทั้งหมดจริงๆ) พวกเขาชอบ!!.....จริงๆ ผมก็พอเข้าใจที่ตลาดแผงการ์ตูนนั้นมีภาพของการอคติต่อการ์ตูนไทยสูงกว่าแผงตลาดร้านหนังสือใหญ่ๆ ซึ่งก็รวมไปถึงพื้นฐานราคาที่แตกต่างกันด้วย แต่ก็หวังว่าผลงานนี้คงไม่ทำให้คนที่ซื้อไปรู้สึกผิดหวัง ปีนี้เราเซ็ทโปรเจคท์มากมายโดยเริ่มมองไปที่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น เพราะจากการที่ไปชิมลางมาทั้งฮ่องกงและไต้หวัน จนกระทั่งผลงานล่าสุดที่เหยียบบันไดความฝันก้าวแรก ผมมั่นใจแล้วเราไปได้แน่ๆ !! ต้นปีหน้าเราจะฟิตและลุยขึ้นเวทีกันอีกยก

                 มาว่ากันที่เรื่องโปรเจคท์ในเดือน กันยาฯ-ตุลาฯ บ้าง เดือนตุลานี้ยกกำลังผลครั้งใหญ่ลงลุยงานสัปดาห์ สองสำนักพิมพ์เกือบยี่สิบปก(มั้ง...จำตัวเลขไม่ค่อยได้) มีโปรเจคต์ใหม่ หลักๆ 3 ตัว ทั้งเด็กวัยรุ่นและวัยโต ชนิดว่าทุ่มกันลืมตายได้เลย แม้ว่าปีนี้จะเป็นปีวิกฤตต่อเนื่องในเรื่องของการเมือง จนกระเทือนไปเสียทุกเรื่อง (รวมไปถึงเรทติ้งที่แทบไม่คืบหน้าไปไหนเลยซักนิด) เป็นใบบุญล่ะมั้ง ที่เราไม่เคยพึ่งพาหรือรอความหวังจากคนอื่นๆ ไม่ว่าจะภาครัฐบาลหรือรัฐวิสหกิจหน่วยไหน ก็เลยคงพอลุยผ่านไปได้ ซึ่งโปรเจคต์ในเดือนนี้จะเป็นหัวหอกชุดแรกของการลุยตลาดโลกในปีหน้า ก่อนที่จะไปถึงอีกโปรเจคท์(หรือหลายๆ โปรเจคท์) ที่อยู่ที่เดือนเมษาฯ ปีหน้า
                  การินปริศนาคดีอาถรรพ์ นิยายฉบับที่ 2 และการ์ตูนฉบับที่ 3-4 ต่อเนื่องจากเดือนกรกฎาคม แม้จะมีติดขัดออกช้าไปกว่ากำหนดพอควรแต่ก็ยกนิ้วให้กับทีมงาน Black Tohfu ที่ตะลุยบู๊ 4 วัน 50 หน้าต้นฉบับในช่วงปิดเล่ม เป็นสิ่งที่ผมภาคภูมิใจในทีมงานอย่างแท้จริง กับชื่อตอน "ความทรงจำในซากดอกไม้ - The Sorrow of Blue Memory(ฉบับนิยาย)" และ "ขบวนภูตป่าอาถรรพ์ - The Carnival of Howling heads(การ์ตูน)" ใครมีโอกาสได้อ่านมาทิ้งคอมเมนต์ให้ผมบ้างก็ขอบคุณมาก เรื่องนี้จะวางปลายเดือน กันยาฯ - ต้นตุลาฯ โดย พูนิก้า สำนักพิมพ์

   

( หวาปกนิยาย ยังเป็นตัวไม่สมบูรณ์แฮะ)
             อีกชุดกับคอนเซ็ปท์ ความสนุกความรู้เต็ม MAX !! "ไดโนฟาร์ม - ผ่าพันธุ์สัตว์ล้านปี" การ์ตูนความรู้สัตว์โลกล้านปี และ "พิชิตศาสตร์มังกรดราก้อนแคปเตอร์" การ์ตูนความรู้ของ E.Q.Plus ที่ผนวกกำลังผสานความรู้ความบันเทิงให้หนักยิ่งกว่าที่เคย Blog นี้อาจจะไม่มีแฟนประจำ E.Q.Plus มาอ่านนักแต่เผื่อผ่านตาก็คอมเม้นต์ได้นะ

              อีกชุดที่จะเปิดตัวในงานนี้กับผลงานที่ขออุบปกเป็นความลับไว้อีกนิด(จริงๆ คือยังทำปกม่ายเสร็จ) แต่ถ้าใครเคยอ่าน "ดั่งดวงหฤทัย" และเป็นแฟน Dimsum-Studio มาก่อนล่ะก็งานมีกรี๊ดแน่นอน กับผลงานเรื่องยาวขนาดสั้น (งงมั้ย?) "ลิขิตจอมนครา" ไว้ไปรอดูกันในงานเลยละกันนะ ที่เหลือผลงานต่างๆ ก็ยังคงออกต่อเนื่องทั้งนิยายและการ์ตูนอีกหลายๆ เรื่อง

ปล.ตอนที่ผมรู้เรื่องการติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์ ผมดีใจมาก แต่สุดท้ายผมก็จำความรู้สึกนั้นไม่ได้แล้ว(แม้จะเขียนเอนทรี่นี้จบแล้วก็ม) หวังว่าผมคงนึกมันออกอีกครั้งตอนที่ผลงานของ สนพ. ได้ขายออกไปอีกหลายๆ เรื่อง

2008/Jul/10

           โยโฮ่ๆๆๆ กำลังจะหมดช่วงงานแล้วหลังจากหลังขดหลังแข็งบู๊งานถึงตี 2 มา 3 อาทิตย์ก็ได้เวลาเปิดตัวผลงานล่าสุดของ สนพ. กันเสียที จากที่เลทมาจากงานสัปดาห์หนังสือมาตั้ง 3 เดือน

            ปีนี้งานหนังสือเด็กได้มีการจัดคอนเซ็ปท์ Comic Fest เพื่อเพิ่มเติมสีสันให้กับตัวงาน ซึ่งมีโต้โผแม่งานใหญ่จากทาง NED ที่เข้ามาจัดการงานได้อย่างน่าสนใจ แต่ก็คงต้องไปลุ้นกันนิดกับเหล่านักเขียน โดจินที่พึ่งผ่านสมรภูมิคอมิกปาร์ตี้กันมาว่าจะมีแรงส่งออริจินัลมาลงกันใหมนะ แต่สงสัยอาจเหนื่อยหน่อยเพาะแว่วข่าวมาว่าที่งานคอมิคปาร์ตี้สินค้าปล่อยไม่ออกกันยกใหญ่ทีเดียว

            จริงๆ มาเขียนเอนทรี่นี้ก็รู้สึกว่าเป็นนิมิตันดีที่วงการการ์ตูนได้รับการยอมรับกันมากขึ้น การพูดคุยกันในกลุ่มสมาคมผู้จัดพิมพ์ ( PUBAT ) ก็ดูเหมือนจะให้ความสนใจกับหนังสือหมวดนี้มากขึ้น และยังเกิดการกระตุ้นจากสถาบันต่างๆ มากมาย ปีนี้ ศิลปากร, สถาบันการ์ตูนไทย(มูลนิธิเด็ก), และยังได้ยินว่ามีลาดกระบังด้วยก็สนใจเข้ามาแจมในหมวดกิจกรรมรวมด้วยเช่นเดียวกัน ไม่รู้เมือนกันว่าจะมีจังหวะให้เหล่านักเขียนการ์ตูนไทยดังๆ มาปรากฏตัวมากน้อยแค่ไหน แต่เดาว่าเราก็คงมีอกาสได้เห็นได้เจอกันหลายคนแหละน่า โดยเฉพาะที่สังกัดอยู่กับทางมูลนิธิเด็ก แต่จะได้เจอคนเขียน EXE หรือ อภัยมณีซาก้าใหมอันนี้ก็สุดแล้วแต่ความยุ่งของทีมนั้นล่ะน้า....

            ปีนี้หลังจากลุยงานนิยาย Black Fantasy มาครึ่งปีก็ได้จังหวะ (ซักที) เปิดตัวคอนเซ็ปท์โปรดักต์ชิ้นใหม่กันบ้าง หลังจากปั้นกันมาพักหย่ายๆ ซึ่งต่อจากนี้ก็คงมีโครงการต่อเนื่องกันในปีนี้อีกหลายเล่มทีเดียว กับโปรเจ็คต์ "การ์ตูนคู่นิยาย" ซีรีย์ การิน:ปริศนาคดีอาถรรพ์ ซึ่งวางจำหน่ายพร้อมกัน 2 เวอร์ชั่น นิยาย 1 คดี ( เล่มเดียวจบ) การ์ตูน 1 คดี( 2 เล่มจบ) โดยนิยายสามารถหาซื้อได้ตามร้นหนังสือชั้นนำประเภทนายอินทร์ , ซีเอ็ด ส่วนการ์ตูน จัดจำหน่ายทั้งตลาดร้านใหญ่และร้านแผงหรือตามร้านขายการ์ตูนทั่วไปนั่นแล

  
เรียงลำดับนิยายการ์ตูน
การิน:ปริศนาคดีอาถรรพ์ - พิธีเปลี่ยนชีพ (เล่มเดียวจบ)
การิน:ปริศนาคดีอาถรรพ์ - คืนลอยกระทงสีเลือด ( 2 เล่มจบ)
                 ซึ่งทั้งสองแบบเป็นคนล่ะตอนกันภายใต่คอนเซ็ปท์ อ่านอันไหนก็สนุกอ่านคู่กันสองเวอร์ชั่นสนุกเป็นทวีคูณ เรื่องราวของ ชายหนุ่มผู้หลงไหลศาสตร์มืดมนต์ดำแต่ไร้ซึ่งสัมผัส กับหญิงสาวผู้อยากเป็นคนธรรมดาแต่กลับมี "ญานอาถรรพ์" และเมื่อทั้งสองคนเดินทางมาพบกันมันจึงเกิดเป็น "คดีอาถรรพ์" แฟนตาซีไทยอิงกลิ่นสืบสวนนิดๆ ผสมกับรสชาติแบบการ์ตูนสยองขวัญ ไปลองสัมผัสกันดูนะครับ ผลงานนี้รังสรรค์โดยฝีมือทีมนักเขียน BLACK TOHFU ในสังกัด สนพ.พูนิก้า
               แถมชุดนี้วางจำหน่ายมีสินค้า LIMITED EDITION อีกรูปแบบด้วยมากับกล่อง BOXSET และ PREMIUM ITEM อีกนิดหน่อย


หน้าตาสินค้าจำกัดจำนวน

          สุดท้ายก็ไม่รู้เหมือนกันว่าวางจำหน่ายแล้วจะเป็นไง ใครสนใจอีกก้าวหนึ่งของการ์ตูนไทยฉีกสไตล์จาก อีคิวพลัสที่ทำๆ กันก็ลองแวะไปดูในงานละกัน เพราะสินค้าวางจำหน่ายในงานก่อน แถมในบู้ทจะสินค้าจาก GUEST เราคือ LUCKPIM และ TKO (เจ้านี้ถ้าไม่ผิดพลาดอ่ะนะ) ด้วย

ปล.สุดท้าย สนพ.ฝากข่าว ทั้ง E.Q.PLUS และ สนพ.พูนิก้า กำลังรับสมัครนักเขียนการ์ตูนเพิ่มเติมอยู่ แถมทางพูนิก้ากำลังรับ Ghost Writer อีกด้วย ใครสนใจก็ติดต่อดูละกันนะ

แล้วพบกันในงานหนังสือเด็ก 16-20 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ศูนย์ประชุมแห่งชาติ สิริกิติ์ นะครับ

edit @ 10 Jul 2008 18:18:03 by Aha301