วันนี้อัด 2 เอนทรี่เลย เพราะอยากคุยเรื่องนี้ด้วย ไหนๆ ก็เหลือเวลาอีกนิดหน่อย
หลังจากกระแสการจัดเรทในบ้านเราดำเนินมาได้พักหนึ่ง หลังจากที่ผมไปร่วมประชุมกับสมาคมผู้จัดพิมพ์มา 3 ครั้งกับ สนพ.การ์ตูนเจ้าใหญ่ในบ้านเรา ในที่สุดก็ดำเนินมาถึงวันที่ต้องไปร่วมประชุมกับทางกระทรวงวัฒนธรรม ท่านรองปลัดกระทรวงประกาศชัดเจน "การจัดเรทครั้งนี้เป็นวาระแห่งชาติ ที่มีมติมาจาก ครม. ที่ต้องทำให้สำเร็จ" ดูเหมือนว่าบ้านเราใกล้จะเห็นแสงสว่างของวงการแล้ว....ถ้าไม่มีตำรวจ
คงต้องท้าวกันซักนิดว่า หลังจากได้รับมอบหมายให้ประสานงาน ผมไม่ถนัดในงานติดต่อกับคนเลยให้ตาย โชคดีที่พี่ไข่จากอนิแมกมารับหน้าแทนให้ ขอบคุณมากพี่....แต่ตอนประชุมครั้งที่ 2 พี่ไข่ติดธุระ...อั่ก...วนกลับมาอีกละหวา ในการประชุมครั้งที่สอง สนพ.การ์ตูนแสดงทรรศนคติต่างๆ ได้อย่างดี ต้องขอบคุณพี่ยูตะจากวิบูลย์กิจที่สร้างตุ๊กตารูปแบบการจัดเรทขึ้นมาให้ทำให้การประชุมลื่นไหลเป็นอย่างดี ด้วยความร่วมมือจาก NED, SIC, Bongkoch,VBK,Burapat รวมถึงบรรลือสาส์น ในที่สุดเราก็สามารถสรุปเอกสารขั้นต้นขึ้นมาได้ (ลงในอนิแมกเล่มไหนผมจำไม่ได้ แต่จริงๆ ผมโดนทักไว้ว่าอย่าพึ่งเปิดเผยอ่ะนะ) ผ่านการกรองอีก 2 ครั้งก็พร้อมขึ้นประชุมกับทางกระทรวงวัฒนธรรมแล้ว
ในวันประชุมจริงนั้น ผมรู้สึกแปลกใจที่ทุกผู้คนที่เข้ามารวมกันนั้นมองไปที่จุดประสงค์มี่เหมือนๆ กัน แม้แต่ปลัดกระทรวงหรือจากทางกรมศิลป์ พร้อมเปิดใจรับภาพต่างๆ จนน่าแปลกใจ ทุกอย่างเป็นได้ด้วยดีอย่างไม่น่าเชื่อ ผมคิดในใจ ดูเหมือนว่าการจัดเรทติ้งโดยองค์กรกลางที่ได้รับการกลั่นกรองจากเอกชนกำลังสำเร็จแล้ว ที่นั่นเองผมก็พบว่าทุกอย่างมันสะดุดแป๊กลงมา ด้วยตำรวจบอกว่ามัน "ผิดกฏหมาย" จัดเรทแล้วพ่อก็จะจับอยู่ดี....
ทุกคนในที่ประชุม นิ่งอึ้ง... ถ้าให้ผมเขียนเป็นภาพการ์ตูนก็คงกำลังทำตา 2 จุด อย่างงงงวยว่าหมายฟามว่าไงฟระ...มีการยกตัวอย่างหนังสือหรือวรรณคดีไทยหลายๆ อย่างขึ้นมาเป็นประเด็นตัวอย่าง แม้แต่บทอัศจรรย์ที่อยู่ในขุนช้างขุนแผน แต่จบลงด้วยคำพูด...."ผมก็ไม่เคยอ่านหรอก นะ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ มันก็ผิดกฏหมายและผมก็ต้องจับ" โอ้ละหนอ...แบบเรียนไทยยังผิดกฏหมายเลย ใช่ครับ...เราต้องยอมรับว่ามันผิดจริงๆ เพราะในข้อกฏหมายระบุไว้ว่า "การตีพิมพ์ใดๆ ที่ผิดต่อศีลธรรมอันดี ถือเป็นการผิดกฏหมาย(โคตรคาถามหาครอบจักรวาล)" จำไว้นะครับการ์ตูนหรือสิ่งพิมพ์ใดๆ ที่เขียนถึงการฆ่าสัตว์(ยิงนกตกปลา) ผิดกฏหมาย...ต่อไปพวกเราห้ามอ่าน
ลูกค้านไม่ได้ผลต้องมีลูกล่อกันบ้าง มีคนขึ้นมาเกลี้ยกล่อมว่าจัดเรทแล้วจะได้ทำให้ตำรวจทำงานง่ายขึ้น จะได้ไม่เหมือนเคสเทปผีซีดีเถื่อนที่ตามจับกันไม่จบไม่สิ้น(ผมเดาว่าคนพูดแอบกัดในใจ) ตำรวจพูดต่ออย่างภาคภูมิใจจนผมแทบสำลักน้ำลายแม้ตอนนั้นคอจะเหนียวไปหมดแล้วก็ตาม "ไม่ต้องห่วงหรอก อย่างเทปผีซีดีเถื่อนน่ะ รายใหญ่ๆ เราจับไปหมดแล้ว ไม่เหลือแล้ว ที่เหลืออยู่เป็นรายๆ เล็ก ตามจับไม่หมดหรอกพวกนั้น" ประโยคนี้ผมสิ้นศรัทธาวงการตำรวจทันที และหลายๆ คนในที่ประชุมที่รู้ดีก็คงคิดเช่นเดียวกัน เราท่านรู้กันอยู่ ซีดีเถื่อนรายใหญ่น่ะมันมีแบ๊กเป็นคนมีสี...หรือต้องเรียกว่าคนมีสีทำเองดีล่ะ แต่แน่ๆ ผมอ่านหนังสือพิมพ์เกือบทุกวันและคนเหล่านี้ไม่เคยถูกจับ
ตอนนั้นผมคิดว่าวงการสิ่งพิมพ์บ้านเราคงยังต้องตกอยู่ในยุคมืดอย่างแน่แท้ ท่านรองปลัดกระทรวงวัฒนธรรมก็ออกตัวขึ้นมาอย่างแข็งกล้า"การจัดเรทครั้งนี้เป็นวาระแห่งชาติ ที่มีมติมาจาก ครม. ที่ต้องทำให้สำเร็จ โดยไม่เกี่ยวกับใครจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย และเป็นข้อที่ต้องเข้าไปเขียนเพิ่มเติมใน พรบ.จดแจ้งการพิมพ์" ทั้งยังย้ำมาด้วยว่าในหมวดภาพยนตร์ได้ทำสำเร็จไปแล้ว ผมได้ยินว่าจะไม่มีการเซ็นแต่จะจัดเรทแทน คนต้องรอดูไปอีกซักพักถึงจะเห็นทั่วไป....แต่นั่นเป็นประโยคที่ยอดเยี่ยมมาก ผลการประชุมในวันนั้นจบไปอย่างไม่ได้รับการยอมรับจากตำรวจแต่ผมก็ยังเห็นความหวังทั้งหมดอยู่ตรงนั้น....
ผมนึกถึงวันแรกที่สมาคมการพิมพ์ประกาศขออาสาสมัคร ตอนนั้นผมคิดว่ามันก็ไม่เกี่ยวกับ สนพ. ผมซักเท่าไหร่ คนอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องก็ดูแขยงๆ กันไปหมด แต่ตอนนั้นผมเคยอ่านในเว็บพันทิพย์มายาวนานเรื่องนี้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ มันอย่างนู้น มันอย่างนี้ ผมนึกถึงขึ้นมาทันที วันนี้มันอยู่ครงหน้าแล้ว ถ้าผมปล่อยผ่านไปอีก อนาคตผมจะไม่เสียใจหรือที่วันนี้ทิ้งโอกาสนั้นไป ผมไม่อยากเป็นแค่คนที่ดีแต่พูดแล้วมานั่งยลผลบนหอคอยงาช้าง วิจารณ์คนอื่นโดยไม่เห็นด้วยซ้ำว่าพวกเขาเหล่านั้นทำงานอย่างไร วันนั้นผมเลยตัดสินใจยกมือเข้าร่วมในงานครั้งนี้ มันเป็นคำตอบชีวิตสำหรับผมอีกครั้ง ผมดีใจที่ได้ทำลงไป แม้ผมจะแทบไม่มีบทบาทอะไรกับการจัดเรทติ้งครั้งนี้ก็ตามที ขอบคุณ สนพ.ต่างๆ ที่ร่วมมือกัน เพื่อสร้างสรรวันข้างหน้าให้ดีขึ้นเสมอๆ
...............และมันก็เป็นแค่เรื่องที่มาเล่าสู่กันฟัง........................................